ข่าวเรอัล มาดริด เจรจาค่าตัว ฮาเมส โรดริเกซ ลุล่วง

42
“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ใกล้ที่จะได้ตัว ฮาเมส โรดริเกซ มาเสริมทัพ เต็มที เมื่อรายงานของ อาส สื่อยักษ์ใหญ่ในสเปน รายงานเมื่อ 17 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า โมนาโก ยินยอมที่จะปล่อย แข้งดังวัย 23 กะรัต ไปให้กับ ลอส บลองโกส ที่ค่าตัว 63 ล้านปอนด์
เจ้าของแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 10 สมัย ตกเป็นข่าวว่าต้องการตัว ฮาเมส โรดริเกซ มาโดยตลอดในระยะหลังที่ผ่านมา ซึ่งทางตัวนักเตะเองก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะย้ายมาเล่นยังถิ่น ซานติเอโก้ เบร์นาเบว โดยล่าสุดสื่อในสเปน หลายสำนักก็มีรายงานที่ตรงกันว่า เรอัล มาดริด สามารถตกลงเรื่องค่าตัวนักเตะกับทาง โมนาโก ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือ ออกมาว่าทาง ลอส บลองโกส ได้เจรจาตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกับทาง เพลย์เมคเกอร์โคลอมเบีย ลุล่วงไปแล้ว ส่งผลให้ไม่แน่ว่า การเจรจาในครั้งนี้ของ เรอัล มาดริด กับ โมนาโก น่าจะถึงคราวปิดดีลได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ฮาเมส โรดริเกซ ย้ายจาก ปอร์โต้ มายัง โมนาโก เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มการเล่นขั้นเทพได้ใน ฟุตบอลโลก 2014 จนทำให้ เรอัล มาดริด ตามจีบมาร่วมทีมด้วย

41ข่าวมุ้ย ชี้ไม่เลือกเบอร์ 10 เพราะไม่อยากกดดัน

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าป้ายแดง อัลเมเรีย ออกมาเผยว่าสาเหตุที่เขาปฏิเสธไม่เลือกใช้เสื้อหมายเลข 10 ของ อัลเมเรีย ที่ยังว่างอยู่ แล้วไปเลือกใช้หมายเลข 18 แทนเพราะว่าไม่อยากแบกรับความกดดันของเบอร์เสื้อ แต่อยากที่จะทุ่มในการฝึกซ้อมเพื่อโอกาสลงสนามมากกว่า จากรายงานของ โกล ดอท คอม ไทยแลนด์ เมื่อ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่่ผ่านมา สโมสรอัลเมเรีย ในศึกลาลีกา สเปน ได้มีการเปิดตัว ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกหมายเลข 1 ทีมชาติไทย เป็นผู้เล่นคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง “เจ้ามุ้ย” ได้เลือกสวมเสื้อเบอร์ 18 แทนที่ จะเป็น เบอร์ 10 หมายเลขประจำตัวของเขาที่ใส่มาตลอดในการค้าแข้งในเมืองไทย

ธีรศิลป์ แดงดา ได้ออกมาเปิดเผยว่า “ที่ผมเลือกเสื้อหมายเลข 18 ก็เพราะว่าผมมองว่ามันแปลกดีนะ ผมเองก็ยังไม่เคยใส่มาก่อนเหมือนกัน อีกอย่างที่ไม่อยากเลือกเบอร์ 10 มาใส่ก็เพราะว่าไม่อยากที่จะแบกความกดดันของเบอร์เสื้อ ผมเลือกที่จะโฟกัสไปในการฝึกซ้อมมากกว่า ผมอยากที่จะปรับตัวกับสโมสรแห่งนี้ให้ได้เร็วที่สุด”

“ในตอนนี้ผมเองก็มาที่สเปนได้สักอาทิตย์นึงแล้วล่ะ ซึ่งสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือการปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับอากาศที่นี่ และสไตล์ฟุตบอลของที่นี่ให้ได้เร็วที่สุด แน่นอนผมต้องพยายามซึมซับทุกอย่างให้ได้รวดเร็วที่สุดเพื่อนำมันมาพัฒนาตัวของผมเอง”

ธีระชัย โพสต์ค้านสร้างเตาเผากากอุตสาหกรรม 4 ภาค

30

ขายทะเบียน ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล โพสต์เฟซบุ๊ก ค้านกรมโรงงานอุตสาหกรรมเสนอของบกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างเตาเผากากอุตสาหกรรม 4 ภาค

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2557) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความลง เฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala ระบุว่า ตามที่บรรดาหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ของวันนี้ นำเสนอข่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมเสนอของบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรม 4 ภาคนั้น ตนมองว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากการทำเงินภาษีประชาชนไปสร้างโรงเผาขยะ ทั้ง ๆ ที่จริง ปัจจุบัน ประเทศไทยก็มีโรงงานเอกชนที่ดูแลเรื่องการคัดแยกและเผาทำลายขยะอยู่แล้ว หากรัฐบาลเข้าไปทำธุรกิจนี้ด้วย ก็ เท่ากับรัฐบาลกำลังทำธุรกิจแข่งขันกับประชาชนเสียเอง

แต่หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเรื่องการกำจัดขยะจริง ๆ ก็ควรใช้วิธี บังคับให้ทุกโรงงานต้องจ้างบริษัทเชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตให้ทำการประเมินปริมาณขยะอุตสาหกรรมแต่ละโรงงาน แล้วกำหนดให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกำจัดขยะแทนน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

สำหรับข้อความในเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala ของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล มีรายละเอียด ดังนี้

วันนี้มีข่าว นสพ. หลายฉบับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเสนอของบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรม 4 ภาค

ข่าวดังกล่าวระบุการประเมินเบื้องต้นว่า ปัจจุบันมีโรงงานที่กำจัดขยะแบบไม่ถูกต้องกว่า 35,000 โรง มีปัญหาการปล่อยสารพิษสู่ชุมขน มีการทิ้งเศษขยะในชุมชน

การตื่นตัวเพื่อแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดี และในประเทศอื่น ๆ การกำจัดขยะเป็นธุรกิจใหญ่ ขายทะเบียนที่มีเอกชนตั้งโรงคัดแยกและเผาทำลาย ดำเนินการกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

แต่หากใช้เงินภาษีของราษฎร ไปสร้างโรงเผาขยะ ก็เท่ากับรัฐเข้าไปทำธุรกิจนี้เสียเอง เท่ากับรัฐบาลแข่งขันกับประชาชน

ที่จะน่ากังวลมากกว่า ก็คือการดำเนินการดังกล่าว อาจจะมีปัญหารั่วไหลทุจริตหรือไม่

การบริหารจัดการน้ำเสีย เป็นโครงการที่ใช้เนื้อที่มาก และเก็บค่าบริการเฉพาะแบบรายตัวได้ยาก ในบางจุด จึงเหมาะที่รัฐจะดำเนินการเอง แต่การจัดการขยะอุตสาหกรรมนั้น ประเทศส่วนใหญ่เอกชนทำได้

จึงควรพิจารณาทางเลือกให้เอกชนทำงานนี้ เปรียบเทียบกับรัฐทำเอง

วิธีกระตุ้นให้เอกชนลงทุน ก็คือรัฐกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับงานนี้ และให้เอกชนรายใดที่สนใจ ยื่นขออนุญาตโดยไม่จำกัดจำนวน

พร้อมกันนี้ รัฐควรบังคับให้ทุกโรงงาน ต้องจ้างบริษัทเชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต ให้ทำการประเมินปริมาณขยะอุตสาหกรรมแต่ละโรงงาน แล้วกำหนดให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกำจัดขยะต่อตัน ให้สูงกว่าอัตราตลาดสองเท่า

โรงงานที่ยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม คือโรงงานที่ใช้บริการของโรงกำจัดขยะที่รัฐอนุญาต เต็มจำนวนตามที่บริษัทเชี่ยวชาญประเมินเท่านั้น

วิธีนี้ จะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ ไม่ต้องใช้เงินภาษีประชาขน ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประโยชน์รั่วไหล ไม่ต้องกังวลเรื่องคอร์รัปชั่น และไม่เป็นการที่รัฐแย่งทำธุรกิจแข่งกับเอกชน

และไม่จำเป็นต้องไปสร้างรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นเพื่อการนี้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาแก้ยากสืบไปในวันข้างหน้า

ปตท. ติดโผบริษัทใหญ่ที่สุดในโลก อยู่อันดับที่ 84

29
ขายทะเบียนรถ ปตท. ติดอันดับ 84 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลก จาก 500 อันดับ ในชาร์ตฟอร์จูน โกลบอล 500 ด้วยรายได้ 92,556 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.97 ล้านล้านบาท) เป็นเป็นบริษัทไทยแห่งเดียวที่มีชื่อติดโผ

วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นิตยสารฟอร์จูน มีรายงานผลการจัดอันดับบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลก 500 อันดับ ประจำปี 2557 หรือ ฟอร์จูน โกลบอล 500 โดยพิจารณาจัดอันดับจากข้อมูลผลการดำเนินงาน รวมถึงสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และนักธุรกิจชั้นนำทั่วโลกประกอบการจัดอันดับ

โดยพบว่า ปตท. ติดอันดับที่ 84 ด้วยรายได้ 92,556 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.97 ล้านล้านบาท) เปลี่ยนแปลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ในอันดับที่ 81 นอกจากนี้ ยังพบว่า ปตท. เป็นบริษัทไทยเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วย

ดร.ไพรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมาหลายประเทศจะเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ แต่การที่ ปตท. ยังมีอันดับทรงตัวใกล้เคียงกับอันดับในปี 2556 นั้น เกิดจากการทุ่มเททำงานหนักของทั้งผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม ปตท. ขายทะเบียนรถรวมถึงศักยภาพของการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัท และการสนับสนุนที่ดีจากผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม การที่บริษัทไทยติดอันดับนั้นยังสะท้อนถึงขีดความสามารถของประเทศในการสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ แม้ ปตท.จะได้รับการจัดอันดับที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดถึงศักยภาพการบริหารงานที่ดีขององค์กรในมาตรฐานสากล แต่ ปตท. ยังคงยึดมั่นให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยดำเนินธุรกิจพร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับสังคม ชุมชน รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้ ปตท. เป็นองค์กร 100 ปี เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ม.ล.ปนัดดา เผยผลตรวจสอบข้าว 12 จังหวัด ข้าวหาย 80%

28
ขายทะเบียนสวย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โพสต์ผลตรวจสอบข้าว 12 จังหวัด พบข้าวหอมมะลิหายกว่า 80% และมีข้าวเสื่อมคุณภาพรวมอยู่ด้วย

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 เฟซบุ๊ก Panadda Diskul ของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบข้าวคงเหลือของรัฐ มีการเขียนข้อความเรื่อง ผลการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ในพื้นที่ 12 จังหวัด ว่า ปริมาณข้าวหอมมะลิ ขาดหายจากบัญชีกว่า ร้อยละ 80 อีกทั้งการวางกองข้าว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีข้าวที่เสื่อมคุณภาพรวมอยู่ด้วย

สำหรับข้อความทั้งหมดของ ม.ล.ปนัดดา มีดังนี้

ผลการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ในพื้นที่ 12 จว. ณ 6 ก.ค. 57 / 18.00 น. สรุปความผิดปกติ ณ คลังสินค้า/โกดังบางแห่ง ตรวจพบว่า :

1. ปริมาณข้าวขาว 5 % คลาดเคลื่อน ร้อยละ 6.99

2. ข้าวหอมมะลิ 100 % ชั้น 2 ปริมาณข้าวขาดหายจากบัญชี เป็นจำนวนกว่า ร้อยละ 80 %

3. การวางกองข้าว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

4. ข้าวเสื่อมคุณภาพ เช่นขายทะเบียนสวย ข้าวมีสีเหลือง มีมอด มีข้าวชนิดอื่นปลอมปน ข้าวเป็นฝุ่นแป้ง น้ำรั่วทำให้ซึมลงมาถูกกองข้าว เป็นต้น

ปนัดดา
6 ก.ค. 57 : OPMT 26

จีนเงินเดือนปรับตัวเพิ่มสูงสุดในเอเชีย 5.2% ญี่ปุ่นบ๊วย

27
ทะเบียนรถสวยทาวเวอร์ส วัทสัน เผยผลสำรวจพบจีนเงินเดือนปรับตัวเพิ่มสูงสุดในเอเชียคิดเป็น 5.2% ญี่ปุ่นรั้งท้าย

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาวเวอร์ส วัทสัน (Towers Watson) บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลธุรกิจระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของระดับเงินเดือน โดยระบุว่า ระดับเงินเดือนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใน ปี 2014 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.9 นำโดยประเทศจีน มีอัตราเฉลี่ยสูงสุด เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อของทุกประเทศ

รายงานระบุว่า จากรายงานการสำรวจแผนงบประมาณสำหรับระดับเงินเดือนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2013-2014 จำนวน 2,000 ตัวอย่างใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก 400 บริษัทในกลุ่มธุรกิจที่แตกต่างกัน ผลปรากฏว่า มีการคาดการณ์ว่าระดับเงินเดือนในประเทศจีนและกัมพูชาจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 แต่หลังจากผนวกการคาดการณ์เกี่ยวกับสภาวะเงินเฟ้อ อัตราเฉลี่ยการเพิ่มของระดับเงินเดือนของทั้ง 2 ประเทศถูกคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5.2 และร้อยละ 4.1 ตามลำดับ

ทางด้านปากีสถานและอินเดีย พบว่า มีแนวโน้มที่จะมีอัตราเงินเดือนเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 13 และนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 แต่เมื่อนำปัจจัยเงินเฟ้อมาพิจารณาแล้วคาดว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนอยู่ที่ร้อยละ 3 ส่วนญี่ปุ่นอยู่ที่ร้อยละ 2 ซึ่งนับเป็นประเทศที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนต่ำสุด ดังนั้นจึงพบว่ากลุ่มประเทศเหล่านั้นมีเงินเดือนต่ำกว่าประเทศจีน

โดย นายแซมบาฟ ลัคคยาน ผู้อำนวยการฝ่ายให้บริการข้อมูลของทาวเวอร์ส วัทสัน ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การปรับข้อมูลคาดการณ์ระดับเงินเดือนให้ลดลงเล็กน้อยจาก เดือนตุลาคม ปี 2556 เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ มีตัวเลขงบประมาณของปีนี้ที่ชัดเจนมากขึ้น และอัตราเงินเฟ้อน้อยกว่าที่คาด และการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนในกลุ่มพนักงานภาคการผลิต หรือกลุ่มแรงงานที่ถูกคาดการณ์ไว้ ในประเทศจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซียทะเบียนรถสวย เกาหลีใต้ และไทย แสดงถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในการสรรหาพนักงานให้มีคุณลักษณะตรงตามความต้องการ

ขณะที่ทางด้าน พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยน่าจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนประจำปี 2014 อยู่ที่ร้อยละ 5.4 ซึ่งมีแนวโน้มว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนอาจจะลดลง หากว่าประเทศไทยยังคงประสบกับภาวะความขัดแย้งทางการเมืองตลอดทั้งปี ดังนั้น องค์กรต่าง ๆ จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่มีอย่างจำกัดให้แก่พนักงานที่มีศักยภาพในการทำงานสูง หรือที่เรียกว่า High Performers เพื่อจะได้มั่นใจว่าเม็ดเงินที่ลงทุน เป็นไปเพื่อรักษาบุคคลที่มีความสามารถไว้กับองค์กร

เรือด่วนเจ้าพระยาโอดขาดทุน ขอขึ้นค่าโดยสาร 2 บาท

26
ทะเบียนรถ เรือด่วนเจ้าพระยา ขอขึ้นค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาทุกประเภท 2 บาท บอกหาก 2 เดือนยังไม่มีความชัดเจน เตรียมเข้าพบ คสช. เผยขาดทุนกว่า 10 ล้านบาท

จากกรณี น.ท.ปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ขอปรับขึ้นค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาทุกประเภท 2 บาทนั้น ล่าสุดวันนี้ (14 กรกฎาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ท.ปริญญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่โดยส่วนตัวคาดว่าหน่วยงานรัฐน่าจะขอให้ผู้ประกอบการตรึงค่าโดยสารต่อไป รวมทั้งรอผลสรุปการปฏิรูปราคาพลังงานแล้วเสร็จก่อน จึงจะสามารถประชุมเรื่องต้นทุนค่าโดยสารได้

ทั้งนี้ น.ท.ปริญญา ทะเบียนรถกล่าวอีกว่า หากภายใน 2 เดือนยังไม่มีความชัดเจน ตนจะขอเข้าพบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหากยังไม่มีการอนุมัติปรับขึ้นค่าโดยสาร จะส่งผลให้ปีนี้บริษัทขาดทุนประมาณ 12-13 ล้านบาท

ศาลจำคุกอดีต บก.นสพ.ชื่อดังอังกฤษ “แฮก” โทรศัพท์

0034

แอนดีย์ คูลสัน อดีตบก. “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” นสพ.แทบลอยด์ชื่อดังของอังกฤษ และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมอรอน โดนศาลตัดสิน จำคุก 18 เดือน แอบดักฟังโทรศัพท์บรรดาเซเลบ และนักการเมือง..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ว่านายแอนดีย์ คูลสัน อดีตบรรณาธิการ(บก.) ของนสพ.แทบลอยด์ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ในอังกฤษ และยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของนายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมอรอน ถูกศาลโอล ไบลีย์ ในกรุงลอนดอน ตัดสินจำคุก 18 เดือน ในข้อหาแอบดักฟังโทรศัพท์ บรรดา ‘เซเลบ’ คนดัง รวมถึงนักการเมือง และเหยื่อในคดีอาชญากรรม ขณะเขานั่งเก้าอี้ บก.นสพ.นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ในช่วงปี 2546-2550

ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพียังระบุว่า นายคูลสัน อาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 2 ปี ส่วนอดีตเพื่อนร่วมงานของนายคูลสัน อีก 4 คน ประกอบด้วยนักข่าว 3 คน และนักสืบเอกชน 1 คน ซึ่งยอมรับสารภาพผิดต่อศาลก่อนหน้าแล้วว่าแอบดักฟังโทรศัพท์จริงตามข้อกล่าวหาจริง ได้มารับฟังคำพิพากษาพร้อมกับนายคูลสัน โดยศาลได้ตัดสินให้จำเลยทั้ง 4 ต้องโทษจำคุกคนละ 6 เดือน

ไอเดียแจ่ม! นักออกแบบสโลวาเกียคิดเปลี่ยนป้ายโฆษณา เป็น‘บ้าน’

0038

นักออกแบบสโลวาเกีย ‘ไอเดียแจ่ม’ ผุดโครงการสร้างสรรค์ เปลี่ยนป้ายโฆษณาริมทาง ให้เป็นบ้าน สำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัยไปด้วย นอกจากจะแก้ปัญหาสังคมแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า บริษัทออกแบบในประเทศสโลวาเกีย มีโครงการสร้างสรรค์ คิดออกแบบเปลี่ยนป้ายโฆษณาริมถนนให้เป็น “บ้าน” พักอาศัย สำหรับคนไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสังคม แถมยังประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

ดีไซน์ ดีเวลอป บริษัทออกแบบด้านสถาปัตยกรรมในประเทศสโลวาเกีย ได้สนับสนุน โครงการ “เกร็กกอรี่ โปรเจกต์” โครงการเปลี่ยนป้ายโฆษณาริมถนนให้เป็นบ้านไว้ให้คนไร้บ้านอยู่อาศัย ซึ่งจะเปลี่ยนป้ายโฆษณาที่ตั้งอยู่ระหว่างสองเลนของถนน ให้เป็นอพาร์ตเมนต์เล็กๆ สำหรับคนไร้บ้าน โดยภายในจะแบ่งออกเป็น 2 ห้อง ห้องหนึ่ง มีโถงรับแขก พร้อมโต๊ะ ห้องครัว และเตียง และอีกห้องหนึ่งห้องเป็นห้องน้ำ

ไอเดียการสร้างบ้านจากป้ายโฆษณานั้นจะช่วยชดเชยเรื่องค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง เนื่องจากมีพื้นที่และโครงสร้างอยู่แล้ว และนอกจากนี้ ยังเห็นว่า จะช่วยเรื่องประหยัดการใช้ไฟฟ้าอีกเช่นกัน เนื่องจากป้ายโฆษณานั้นจะถูกติดไฟไว้อยู่แล้ว เพื่อให้ป้ายโฆษณานั้นสว่างไสวในเวลากลางคืน

ทั้งนี้้ โครงการ “เกร็กกอรี่ โปรเจกต์” ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ และไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากรัฐบาลสโลวาเกีย แต่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทออกแบบและบริษัทโฆษณาชั้นนำ จากหลายประเทศเป็นอย่างดี และยังได้รับความสนใจจากสื่อนานาชาติ เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาการออกแบบและการโฆษณาที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมได้ งานออกแบบและงานโฆษณาในระยะหลังนั้นมักถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม

ไทยเข้มงวด! เขมรลอบขนแก๊สไปขายเดือดร้อนหนัก ‘ขาดรายได้’

0039

sbobetชาวเขมรลักลอบนำแก๊สจากไทยไปขาย โอดครวญ…ขาดรายได้ ขณะที่ทางการไทยเข้มงวดกวดขันตามชายแดนมากขึ้น นับตั้งแต่กองทัพไทยทำรัฐประหาร ขณะที่ราคาแก๊สที่ปอยเปตแพงขึ้นถึง กก.ละ 7 บาทภายในเดือนเดียว

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. เว็บไซต์ของแคมโบเดีย เดลี่ รายงานว่า ชาวกัมพูชาที่เคยแอบลักลอบนำแก๊สจากประเทศไทยเข้าไปจำหน่ายในกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า หลังกองทัพไทย นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารเข้ามาคุมอำนาจบริหารประเทศตั้งแต่เมื่อ 22 พ.ค. และดำเนินมาตรการเข้มงวดกวดขันบริเวณชายแดนและปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างจริงจังมากกว่าเดิม

แคมโบเดีย เดลี่ แจ้งว่า การลักลอบนำแก๊สแอลพีจี จากไทยเข้าไปในกัมพูชาโดยเฉพาะบริเวณด่านชายแดนด้านปอยเปต สามารถแก้ปัญหาความยากจนของชาวกัมพูชาได้ เพราะทำให้พวกเขามีรายได้ในการขับรถส่งแก๊สถึงเที่ยวละ 400-500 บาท

‘คนส่วนมากที่มีรถในปอยเปต ลักลอบนำแก๊สจากไทยกันทั้งนั้น’ ชายกัมพูชาเผยกับนักข่าวแคมโบเดีย เดลี่ พร้อมบอกว่าเขาขับรถระหว่างเมืองปอยเปต ไปยังกรุงพนมเปญ บ่อยๆ เนื่องจากค่าแก๊สที่ถูกกว่าช่วยทำให้เขาอยู่ได้ แต่ตอนนี้ มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะราคาแก๊สที่ปอยเปต กลายเป็นแพงมากกว่าเดิม

แคมโบเดีย เดลี่ รายงานว่า นายออม เรียเตรย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตีย เมียนเจย ของกัมพูชา แถลงข่าวเกี่ยวกับ การค้ากำไรแก๊สจากประเทศไทยว่า กำลังได้รับการเข้มงวดกวดขันมากขึ้น โดยนายออมกล่าวว่า ก่อนจะมีรัฐบาลทหารในประเทศไทยนั้น มีชาวกัมพูชาจำนวนมากซื้อแก๊สจากไทยไปขายในกัมพูชา ซึ่งนี่เป็นธุรกิจของพวกเขา ตนจึงอยากจะขอร้องให้ทางการไทยดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กลับมาตามเดิม

ขณะเดียวกัน แคมโบเดีย เดลี่ ยังรายงานว่าชาวกัมพูชาที่ลักลอบนำแก๊สมาจำหน่ายในประเทศได้เรียกร้องให้ทางการไทยผ่อนปรนมาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเนื่องจากพวกเขากำลังเสียรายได้ และมาตรการนี้ยังส่งผลกระทบทำให้ราคาแก๊สเอลพีจีในเมืองปอยเปต ที่ตั้งอยู่ชายแดนไทยติดกับกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย

ชาวกัมพูชาจำนวนมากหารายได้จากการลักลอบบรรทุกแก๊สแอลพีจีจากประเทศไทย เพื่อนำมาขายต่อในเมืองปอยเปต เนื่องจากราคาแก๊สแอลพีจีในประเทศไทย กิโลกรัมละ 22.60 บาท ขณะที่ราคาแก๊สในกัมพูชา ราคากิโลกรัมละ 29 บาท

จากราคาแก๊สที่ต่างกันมาก ทำให้ชาวกัมพูชาขับรถยนต์ที่มีป้ายจากกัมพูชาข้ามชายแดนมายังประเทศไทย พร้อมถังสำหรับบรรจุแก๊สมาเพื่อเติมแก๊สเพื่อนำข้ามฝั่งกลับไปขาย ถังบรรจุแก๊ส 1 ถังจะบรรจุแก๊สเอลพีจี 60 กิโลกรัม จะมีราคาประมาณ 400-500 บาท และในวันหนึ่งรถยนต์หนึ่งคันจะลักลอบบรรจุแก๊สวันละ 2-3 เที่ยว ซึ่งทำให้มีรายได้ประมาณ 1,800 บาท ต่อวัน เมื่อนำมาขายในกัมพูชาที่มีราคาแก๊สแอลพีจีสูงกว่าประเทศไทย

ด้าน นายพิช สิตอร์ หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปอยเปตได้เปิดเผยกับแคมโบเดีย เดลี่ ว่า ทางการกัมพูชาได้พยายามต่อรองกับทางการไทยมาตั้งแต่วันที่มาตรการมีผลบังคับใช้ เพราะรายได้ของผู้คนในปอยเปต และราคาแก๊สแอลพีจีได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง หลังจากไทยได้มีการใช้มาตรการดังกล่าว ราคาแก๊สในปอยเปตพุ่งสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ เป็น 36 บาท จาก 29 บาท ภายในเวลา 1 เดือน หลังจากผู้ประกอบการต่างๆ รับรู้ถึงสถานการณ์ชายแดน โดยมีลูกค้าจำนวนมากยังคงต้องเดินทางมาซื้อแก๊สจากปอยเปตขึ้นเพื่อนำไปขายต่อในเมืองอื่นในกัมพูชา

เสนอแบนบิกินี-นุ่งสั้น ถล่มยับ รมต.อินเดีย ไดโนเสาร์

0040

รองเท้าแฟชั่นรัฐมนตรีในรัฐกัว ของอินเดีย โดนจวกยับ…เผยความเป็นคนหัวโบราณ เสนอทางการสั่งห้ามผู้หญิงใส่บิกินีเดินเล่นตามชายหาดรัฐกัว รัฐท่องเที่ยวชื่อดัง หลังเคยเสนอห้ามผู้หญิงนุ่งสั้นเข้าผับมาแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า นายสุธิน ทาวลิการ์ รัฐมนตรีในรัฐกัว ของอินเดีย โดนวิจารณ์อย่างหนัก หลังออกมาเรียกร้องให้มีคำสั่ง ‘ห้ามผู้หญิงหญิงใส่ชุดว่ายน้ำ บิกินี เดินเล่นแถวชายหาดในรัฐกัว หลังก่อนหน้า เคยเผยความเป็นคนหัวโบราณ เสนอห้ามไม่ให้ผู้หญิงที่นุ่งสั้นเข้าผับในรัฐแห่งนี้มาแล้ว ทั้งที่เป็นรัฐที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวจำนวนมาก

นายสุธิน แสดงความเห็นกับนักข่าวว่า การที่ผู้หญิงสวมชุดว่ายน้ำสองชิ้น หรือ ‘ บิกินี’ นั้นเป็นการก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ปัญหาการถูกลวนลามหรือทำอนาจารทางเพศ ซึ่งมักจะสายเกินแก้ไข เมื่อถึงมือตำรวจ พร้อมรองเท้าแฟชั่นกันนั้นเขายังได้เสนอความคิดเห็นอีกด้วยว่า ผู้หญิงที่สวมชุดว่ายน้ำบบิกินีนั้นควรจะถูก ‘แบน‘ ห้ามไม่ให้เข้าไปเดินเล่นหรือว่ายน้ำตามชายหาดในรัฐกัว

ก่อนหน้านี้ นายสุธิน ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรกับพรรครัฐบาล “ภารติยะ ชนะตะ’ เคยจุดชนวนเหตุให้เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาแล้วก่อนหน้า ด้วยการกล่าวถึงประเด็นผู้หญิงที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ ‘ไม่เหมาะสม‘ เช่นกางเกงขาสั้น หรือ กระโปรงสั้น ว่าเป็นการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

‘อะไรจะเกิดขึ้นกับวัฒนธรรมของรัฐกัวของเรา ถ้าเราปล่อยให้ผู้หญิงที่แต่งตัวไม่เหมาะสมเหล่านี้ แสดงออกทางวัฒนธรรมแบบผิดๆ เราควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดการกระทำแบบนี้‘ นายสุธิน กล่าว

สำหรับการแสดงความเห็นของนายสุธินได้จุดประเด็นทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น โดยเฉพาะจากพรรคคองเกรส พรรคฝ่ายค้านคู่แข่งที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของนายสุธินอย่างมาก พร้อมทั้งยังมี สมาชิกพรรคคองเกรสในรัฐกัวได้ส่ง ‘กระโปรงสีชมพู‘ ไปให้นายสุธิน พร้อมทั้งกล่าวว่า ว่า พรรคคองเกรสจะไม่อดทนกับความคิดที่เหมือน ‘ตำรวจตรวจศีลธรรม’ เช่นนี้

ทั้งนี้ รัฐกัว เป็นรัฐที่เล็กที่สุดของประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดียติดกับทะเลอาหรับ และเป็นรัฐที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมายาวนานหลายทศวรรษ ทว่าในช่วงระยะหลัง ทางการรัฐกัวได้มีมาตรการจัดการด้านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมยามค่ำคืนให้เข้มวงดขึ้น หลังจากมีการก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เมื่อปีที่ผ่านมา ทางการรัฐกัวได้ปฏิเสธคำขออนุญาตของนิตยสาร ‘เพลย์บอย‘ ที่จะมาขอตั้งสโมสรบนชายหาด ในอินเดียเป็นแห่งแรกที่รัฐกัว พร้อมกันนั้นทางการยังได้ประกาศห้ามรองเท้าแฟชั่นเปิดบาร์เต้นรำในรัฐนี้ไปแล้ว.

โจมตีเครื่องบินโดยสาร ตาย 1 เจ็บอีก 3 ในปากีสถาน

0044

กลุ่มติดอาวุธก่อเหตุรุนแรงยิงเครื่องบินโดยสารขณะกำลังลงจอดภายในสนามบินปากีสถาน ทำให้ผู้คนบนเครื่องเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย…

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบินพาณิชย์ขณะกำลังลงจอดในสนามบินเมืองเปชาวาร์ ประเทศปากีสถาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ทางการปากีสถานระบุว่า เป็นเที่ยวบิน “พีเค 756″ นำผู้โดยสาร 178 คน พร้อมลูกเรือเดินทางมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้ผู้โดยสารหญิงเสียชีวิต 1 คน ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 3 คน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบรายละเอียดและติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง ซึ่งก่อเหตุโจมตีสนามบินในปากีสถานมาเป็นระยะ.

ยืนยัน! ผู้โดยสารหญิงดับ1 ราย กลุ่มติดอาวุธยิงถล่มเครื่องบินปากีฯ

0045

sbobetเครื่องบินโดยสารปากีสถาน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ส (PIA)

ผู้โดยสารสุดระทึก โดนกลุ่มติดอาวุธสาดกระสุนรัวถล่มเครื่องบินอย่างอุกอาจ ขณะกำลังลงจอดที่สนามบินในเมืองเปชาวาร์ ของปากีสถาน ยืนยันมีผู้โดยสารหญิงโดนกระสุนเจาะศีรษะดับอนาถ 1 ราย ส่วนกัปตันรอดตายหวุดหวิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์สุดระทึก กลุ่มติดอาวุธโจมตีเครื่องบินโดยสารของสายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชั่น แอร์ไลน์ อย่างอุกอาจ ขณะนักบินกำลังนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ บาชา ข่าน ในเมืองเปชาวาร์ ทางภาคเหนือของปากีสถาน เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ( 24 มิ.ย.) ว่า ทางโฆษกของสายการบิน ได้ออกมายืนยันถึงเหตุการณ์sbobetสะเทือนขวัญครั้งนี้ เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารหญิงเสียชีวิต 1 ราย และลูกเรือได้รับบาดเจ็บถึง 3 ราย

ตำรวจปากีสถาน เปิดเผยว่า เที่ยวบินที่โดนโจมตีครั้งนี้ เป็นเที่ยวบิน PK 756 นำผู้โดยสาร และลูกเรือ 178 คน จากซาอุดีอาระเบีย มายังเมืืองเปชาวาร์ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายยิงถล่มอย่างดุเดือด ขณะกำลังลงจอดที่ท่าอากาศยานบาชา ข่าน และสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้โดยสารบนเครื่องเป็นอย่างมาก

ตำรวจปากีสถานเปิดเผยด้วยว่า มีกระสุน 6 นัดโดนลำตัวเครื่องบิน รวมทั้งเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง แต่ที่โชคร้ายคือมีกระสุนถูกศีรษะของผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งจนเสียชีวิต ขณะที่ ลูกสาววัย 9 ขวบของเธอที่นั่งอยู่ข้างแม่ปลอดภัย ส่วนกัปตันของเครื่องบินสามารถหนีรอดได้หวุดหวิด

“ผู้โดยสารทุกคนตื่นตระหนกsbobetมากต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น มีผู้โดยสารบางคนต้องการออกจากเครื่องบินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากเกรงว่า เครื่องบินจะเกิดไฟไหม้’” ตำรวจ กล่าว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าลงมือก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ แต่เหตุก่อการร้ายที่ผ่านมาในปากีสถาน ส่วนใหญ่แล้วเป็นฝีมือของกลุ่มตาลีบันแทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ การเกิดเหตุรุนแรงที่สนามบินในปากีสถานบ่อยครั้งกำลังสร้างความวิตกและก่อให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลปากีสถานจะสามารถรับมือกับกลุ่มติดอาวุธตาลีบัน ได้หรือไม่ หลังจากได้ประกาศลงมือปฏิบัติการทางทหารทั้งโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ ถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน ในจังหวัดนอร์ท วาซิริสถาน ทางภาคเหนือ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เพ่ื่อต้องการกวาดล้างกลุ่มตาลีบันให้สิ้นซาก หลังออกมาประกาศความรับผิดชอบส่งสมาชิกในกลุ่มลงมือก่อเหตุบุกโจมตีที่ท่าอากาศยานการาจี ในเมืองการาจี ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารคับคั่งมากที่สุดของปากีสถาน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.

ขณะที่ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศบาชา ข่าน ในเมืองเปชาวาร์ของปากีสถาน ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มติดอาวุธบ่อยครั้งเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุคนร้ายยิงจรวด 2 ลูกถล่มสนามบิน ทำให้รันเวย์ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต

ส.ก.ญี่ปุ่นก้มคำนับขอโทษ ส.ก.หญิง ตะโกนดูหมิ่นกลางสภา

0046

gclubส.ก. กรุงโตเกียว ก้มคำนับขอโทษ ส.ก.หญิงต่างพรรค ต่อหน้านักข่าว หลังแสดงอาการไม่เหมาะสมในเชิงดูุหมิ่น ขณะเธอกำลังอภิปรายปัญหาของผู้หญิงในสภา พร้อมทั้งยังลาออกจากพรรครัฐบาล ‘แอลดีพี’ เพื่อรับผิดชอบแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่านายอากิฮิโร ซูซูกิ สมาชิกสภากรุงโตเกียว (ส.ก.)จากพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ไปทั่วญี่ปุ่น ยอมก้มคำนับขอโทษ นางสาวอายากะ ชิโอมูระ วัย 35 ปี เพื่อนสมาชิกสภากรุงโตเกียว ต่อหน้าสื่อมวลชน ระหว่างมีการแถลงข่าวที่ศาลาว่าการกรุงโตเกียว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ( 25 มิ.ย.)

ทั้งนี้ นายซูซิกิ วัย 51 โดนชาวญี่่ปุ่นทั่วประเทศวิพากษ์วิจารณ์gclubอย่างหนัก จากการที่เขาได้แสดงอาการไม่เหมาะสม ในเชิงดูหมิ่นทางเพศต่อ น.ส.ชิโอมูระ ส.ก.หญิงต่างพรรค ด้วยการตะโกนเสียงดังแทรกขึ้นมา ระหว่างที่ น.ส.ชิโอมูระ กำลังอภิปรายในการประชุมสภากรุงโตเกียว เกี่ยวกับปัญหาการทำงานของผู้หญิงที่เป็นแม่ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.

“ทำไมคุณ ถึงไม่รีบแต่งงานเล่า? และคุณจะมีลูกได้หรือ?’ นายซูซิกิตะโกนดังลั่น มิหนำซ้ำ นายโยจิ มาซูโซเอะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ยังหัวเราะแทรก ขณะที่ น.ส.ชิโอมูระ กล่าวถึงปัญหาที่ผู้หญิงต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการนำไปรายงานทางสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นและในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม นายซูซิกิ ชี้แจงเหตุผลที่เขาตั้งคำถามดังกล่าวกับ น.ส.ชิโอมูระ ซึ่งยังไม่ได้แต่งงานว่าในความตั้งใจของเขานั้น คือการพูดถึงผู้หญิงทั่วไปในญี่ปุ่น ไม่ได้เฉพาะเจาะจง น.ส.ชิโอมูระ เพียงคนเดียว เนื่องจากคิดว่าการที่ผู้หญิงญี่ปุ่นแต่งงานช้านั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศกำลังเผชิญปัญหาอัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ โดยนายซูซูกิ ยังได้กล่าวขอโทษที่เขาขาดความเข้าใจและไม่พิจารณาให้รอบคอบต่อสภาพการณ์ของผู้หญิงที่มีความหลากหลายดีพอ พร้อมกับปฏิเสธว่าเขาไม่ได้พูดถาม น.ส.ชิโอมูระ ว่าเธอจะมีลูกได้หรือ ตามที่เป็นข่าว

พร้อมกันนั้น ก่อนที่นายซูซิกิจะยอมคำนับขอโทษ น.ส.ชิโอมูระ ต่อหน้าสื่อมวลชนนั้น เขาได้กล่าวขอโทษเธอเป็นการส่วนตัวแล้ว พร้อมทั้ง ยังได้ลาออกจากพรรคแอลดีพี เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะดำรงตำแหน่งสมาชิกgclubสภากรุงโตเกียวต่อไปจนหมดวาระสมัยที่ 3 เสียก่อน

ทั้งนี้ นายซูซิกิ เป็น ส.ก. 3 สมัย สังกัดพรรคแอลดีพีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของชาวญี่ปุ่นในฐานะนักการเมืองหัวอนุรักษนิยม และเมื่อปี 2555 นายซูซูกิยังเป็นสมาชิกสภาหลายคนของญี่ปุ่นที่เดินทางไปเกาะเซ็นกากุ ที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับจีน พร้อมทั้งยังปักธงชาติบนเกาะด้วย

เปิดม่านการศึกษาประจำวันที่24มิ.ย. : ครูแจ่ม

53
ทำดีต้องชม.. “ดร.พรชัย มงคลวนิช” เป็นหัวหอกคนสำคัญ ของสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ในฐานะนายกสสอท. เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์คุณธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมเป็นภาคีขับเคลื่อนคุณธรรม ความดี ในสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการตื่นตัวของคนในแวดวงการศึกษาค่อนประเทศ

“ดร.พรชัย” ย้ำว่าทะเบียนรถสวย คุณธรรมเป็นสิ่งที่สร้างเรื่องที่ดี ให้เกิดความสำเร็จในสังคมขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ก็จะพยายามสร้างความเข้าใจ จากต้นแบบ โรงเรียนคุณธรรม ให้ทุกคน นำเทียนแห่งปัญญาที่ ศ.นพ. เกษม (ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี) ชี้นำไปกระจายต่อ เพื่อร่วมสร้างประเทศชาติของเราให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ ก็ได้ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยทะเบียนรถสวย (ทปอ.) ผลักดันเรื่องคุณธรรม และวิชาการ ขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศชาติและให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมผ่านกิจกรรมพัฒนานักศึกษาด้วย
ไม่เพียงแต่ประชาคมชาวสถานศึกษาเอกชนทะเบียนรถสวย 61 แห่ง เท่านั้นที่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะก่อนหน้านั้น “ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)” ก็เคยมีมติในเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ก้าวต่อไปของการปฏิรูปสังคมไทยคงจะ “คลีนนิ่ง” กันมากขึ้น หากทุกภาคส่วนร่วมแรง ร่วมใจกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างจริงจัง เน้อ!!

“บอม” แจงโพสต์ไอจีอย่าลืมฉันไม่เกี่ยว “โฟกัส” ปัดควงกินข้าว

36
“บอม” แจงโพสต์ไอจีอย่าลืมฉันไม่เกี่ยว “โฟกัส” ปัดควงกินข้าว

“บอม ธนิน” ปัดขึ้นข้อความสำนึกผิดในอินสตาแกรมเพราะอยากคืนดี “โฟกัส” แจงแค่ปลื้มละครอย่าลืมฉันของ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์” ลั่นเคลียร์ปัญหากับโฟกัสหมดแล้ว ปฏิเสธควงไปกินข้าว ส่วนความสัมพันธ์จะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่รอให้เป็นเรื่องอนาคต

ทำเอาหลายคนลุ้นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “บอม ธนิน มนูญศิลป์” กับผลบอลสด “โฟกัส จีระกุล” จะมีสิทธิ์รีเทิร์นหรือเปล่า หลังจากทั้งคู่มีเรื่องราวบาดหมางเพราะฝ่ายชายไม่ยอมเปิดเผยความสัมพันธ์ว่ากำลังคบหาดูใจโฟกัส ถึงขั้นทำให้ฝ่ายหญิงทนไม่ไหวลุกขึ้นมาอัดคลิประบายความในใจเผยแพร่สู่สาธารณะจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

โดยก่อนหน้านี้โฟกัสก็เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่าบอมได้ส่งข้อความขอโทษ ทำให้หายโกรธและยอมกลับมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม ด้านบอมก็ลุกขึ้นมาโพสต์รูปพร้อมข้อความตอนหนึ่งจากละครอย่าลืมฉันลงอินสตาแกรม โดยข้อความดังกล่าวมีเนื้อหาว่าจะไม่ลืมความผิดที่เคยทำ พร้อมปรับปรุงตนเองและขอแค่ให้กลับมาอยู่กับตนผลบอลสด งานนี้ทำเอาแฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งว่าจะมีสิทธิ์รีเทิร์นหรือไม่ แถมวิจารณ์แซดว่าบอมกำลังสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไปก่อนหน้านั้น แต่เมื่อได้มีโอกาสเจอตัวพระเอกหนุ่ม เจ้าตัวก็รีบปฏิเสธ โดยยืนยันว่ารูปและข้อความที่โพสต์ในอินสตาแกรมนั้นเป็นเพียงเพราะชอบละครอย่าลืมฉันและเป็นแฟนคลับ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ปัดตามง้อโฟกัสเพราะอยากคืนดี พร้อมปฏิเสธควงฝ่ายหญิงกินข้าว

“ผมว่าใช้คำว่าตามง้อโทร.ไปเคลียร์อะไรแบบนั้นไม่ได้นะครับ อย่างที่เคยบอกว่ามีคุยกันในแชตของเฟชบุ๊กบ้าง แต่เรื่องควงกันไปทานข้าวก็ไม่มีนะครับ ไม่มีได้ไปไหนด้วยกันเลยครับ ผมกับเขายังไม่มีโอกาสเจอกันเลยครับ เรื่องปรับความเข้าใจกันมันก็เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันครับ อย่างตอนที่คุยก็ไม่อยากจะให้มีปัญหาบาดหมางกันก็ขอโทษเขากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนที่เหลือก็ยังไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่านี้ ผมยังไม่ได้คิดอะไรเรื่องนั้นครับเพราะงานผมค่อนข้างเยอะผลบอลสด ช่วงนี้ยังไม่คิดปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันครับ ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกัน”

ปัดตอบเรื่องส่วนตัว ส่วนจะรีเทิร์นหรือไม่เจ้าตัวบอกไม่รู้อนาคต
“ผมขอไม่ตอบอะไรที่เป็นส่วนตัวของน้องเขาแล้วกันครับ ส่วนที่ผมโพสต์รูปพร้อมบทละครอย่าลืมฉันก็ไม่ได้ง้อเขา ผมเป็นแฟนคลับพี่ติ๊กครับ ผมติดตามผลงานพี่เขามาตลอด ดูแล้วก็ชอบอินมาก ต้องกลับมาบ้านดูให้ทันละครเรื่องนี้ตลอด ส่วนอนาคตไม่มีใครทราบหรอกครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราก็มีถามสารทุกข์สุขดิบบ้างประปราย ผมว่าเราคุยมากไปเดี๋ยวจะไปรบกวนเรื่องส่วนตัวของน้องเขา”

“มิว” ตกใจไฝขึ้นปาก แต่ไม่เอาออกเพราะโดนทักว่าจะรวย

35
“มิว นิษฐา” รับกังวลไฝขึ้นริมฝีปากหวั่นเป็นอุปสรรคงาน แต่ยังไม่เอาออกเพราะมีแต่คนทักเป็นไฝเรียกทรัพย์ ช่วยเสริมความเฮง บอกถ้าใหญ่กว่านี้ก็ไม่แน่ รับไร้อีเวนต์คู่ “โป๊ป” เพราะคิวไม่ตรงกัน ไม่หวั่นกระแสแผ่ว

อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องให้ “มิว นิษฐา จิรยั่งยืน” กังวลใจ ตอนแรกใครๆตารางบอล ก็คิดว่าเป็นเพราะเรตติ้งละคร “รักออกฤทธิ์” ออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ที่ไหนได้เจ้าตัวกลับบอกว่าเป็นเพราะมีไฝเม็ดเป้งขึ้นตรงริมฝีปาก และมีวี่แววจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย เผยตอนแรกคิดเอาออก แต่พอมีคนทักว่าเป็นไฝเรียกทรัพย์เลยพักโครงการไปก่อน บอกต่อไปถ้าใหญ่กว่านี้ก็ไม่แน่ ออกปากตั้งแต่มีไฝเม็ดนี้รู้สึกดวงเฮง งานตรึม รับไร้อีเวนต์คู่ “โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” เพราะคิวไม่ตรงกัน

“ไฝขึ้นตรงปากเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ตกใจนะคะ ตอนแรกไม่ชอบเลย มาขึ้นที่ปากมันแปลกๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้ว ตอนแรกมาเป็นจุดเล็กมากมองไม่ค่อยเห็นหรอกค่ะแล้วมันก็ค่อยชัดขึ้น เขาบอกกันว่าคนที่มีไฝขึ้นที่ปากจะรวยจะดังก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ (หัวเราะ) มิวเองก็รู้สึกนะคะว่าหลังจากที่มีไฝเม็ดนี้รู้สึกว่ามีงานเข้ามาเยอะตารางบอล ตอนแรกก็อยากเอาออกนะ แต่มีนคนบอกว่าเป็นไฝที่ขึ้นในจุดที่ดีซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปค่ะ แต่ถ้ามันขึ้นใหญ่กว่านี้ก็อาจจะเอาออกตอนนี้ก็ปล่อยไปก่อน มิวก็แอบไปถามคนที่เขามีประสบการณ์มีไฝที่ปากเหมือนกัน เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพอปากมันลอกมันก็จะจางไปเอง แต่ของเราก็ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน”

เผยไร้งานอีเวนต์คู่โป๊ป เพราะคิวไม่ตรงกัน ปัดกระแสแผ่ว มั่นใจแฟนคลับไม่ลดลง
“มันก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะเชียร์คู่ไหนก็ได้ ใครที่เขาไปเชียร์คู่โป๊ป พี่พลอย (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) เขาก็อาจจะไม่ค่อยมาเชียร์ โป๊ป-มิว เท่าไหร่แล้ว แต่ไม่มีแอนตีอะไรตารางบอล เพียงแต่ว่าเขาก็ไปเชียร์คู่ของเขากันมากกว่า ก็ไม่น้อยใจอะไรค่ะมันไม่ได้รู้สึกว่ามีแฟนคลับลดลง เพราะเรารู้สึกปกติ แฟนคลับเขาก็ไม่ได้ตีกันเขาก็ต่างเชียร์ของเขา มิวมองว่ามันเป็นเรื่องที่เล็กมากเป็นเรื่องธรรมดา เขาอยากเชียร์ใครก็ปล่อยเขาไปค่ะ สำหรับงานอีเวนต์ก็มีติดต่อโป๊ป-มิวมาบ้างค่ะแต่ว่างไม่ตรงกันเลย ตั้งแต่ละครออนแอร์จนจบเลยไม่มีอีเวนต์ด้วยกันเลย ไม่ใช่ไม่รับนะคะแต่มันยากมากเลยที่คิวเราจะตรงกัน เพราะตอนนี้มิวถ่ายละครอยู่ 2 เรื่องเลยไม่ค่อยมีคิวว่างเท่าไหร่”

“เจมส์จิ” ไม่ซีเรียส “ป้าแจ๋ว” ตั้งฉายาคุณชายร้อยเทค เพราะเล่นละครไม่ได้

34
“เจมส์จิ” ไม่ซีเรียส “ป้าแจ๋ว” ตั้งฉายาคุณชายร้อยเทค เพราะเล่นละครไม่ได้

“เจมส์ จิรายุ” ยอมรับโดน “ป้าแจ๋ว ยุทธนา” เรียกคุยส่วนตัวกลางกองละครหนึ่งในทรวง หลังเล่นละครไม่ได้เจอเทคยับจนได้ฉายาคุณชายร้อยเทค ลั่นตอนนี้พัฒนาตนเองจนกลับมาแสดงได้เหมือนเดิมแล้ว ทีเด็ดบอลบอกตอนละครเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตนโดนด่าเละยิ่งกว่านี้อีก

โดนผู้กำกับที่ปลุกปั้นมาเองกับมืออย่าง “ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” ตั้งฉายาใหม่ให้เป็นคุณชายร้อยเทค หลังได้กลับมาร่วมงานกับพระเอกหนุ่ม “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” อีกครั้งในละครหนึ่งในทรวง อีกทั้งเจมส์ยังต้องประกบกับนางเอก “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ซึ่งมีกระแสข่าวว่าญาญ่าถึงกับเล่นไม่ได้ เพราะหนุ่มเจมส์ไม่อินบท ส่งผลกระทบต่อการรับส่งอารมณ์ตอนเข้าฉาก จนถึงขนาดป้าแจ๋วต้องเรียกเจมส์มาคุยเป็นการส่วนตัวเลยทีเดียวทีเด็ดบอล โดยงานนี้พระเอกหนุ่มยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่มั่นใจว่าไม่ได้เทคยับถึงร้อยเทค และตอนนี้ตนได้เคาะสนิมกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิมแล้ว

“ป้าแจ๋วคงไม่ได้เหวี่ยงจริงๆ หรอกครับ แค่แซวกันเล่นๆ เป็นช่วงแรกๆ ที่ไปเข้าฉากเจมส์ห่างละครไปนานพอสมควร แต่ไม่ถึงร้อยเทคแน่นอนครับ ถ้าเทคกันเป็นร้อยวันนั้นคงไม่ได้ถ่ายกันพอดีอาจจะได้แค่ซีนเดียวทั้งวัน”

รับโดนป้าแจ๋วด่าเละ แต่ตอนนี้มั่นใจกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมแล้ว
“ตอนนี้ก็เคาะสนิมเรียบร้อยแล้ว กลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมการแสดงไหลลื่นเลยครับ ตอนนี้จับทางได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เจมส์ก็พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกก็โดนเรียกไปด่าเยอะเลยครับทีเด็ดบอล เรียกว่าสนุกสนานเลยแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะผมนับถือป้าแจ๋วเหมือนเป็นแม่ของผม ตอนสุภาพบุรุษจุฑาเทพยิ่งกว่านี้อีกครับ สนุกสนานยิ่งกว่านี้อีก คราวนี้ก็กลับมาเคาะสนิมกันสนุกสนาน”

ฮือฮา! จอมยุทธ์ “บะหมี่เส้นเดียว” ฝีมือสะท้านแดนมังกร

33
สื่อออนไลน์จีน รายงาน (16 มิ.ย.) ความโด่งดังของร้านขาย “บะหมี่เส้นเดียว” แห่งหนึ่งในมหานครฉงชิ่ง ซึ่งเพิ่งเปิดทำกิจการได้เพียง 2 เดือน แต่ก็เป็นที่พูดถึงของประชาชนท้องถิ่นอย่างหนาหู วิเคราะห์บอลโดยเจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มวัย 32 ปี นามว่า เจ้า หมิงซี

“เส้นบะหมี่น้ำหนักหนึ่งขีดต้องถูกแกว่งราว 60 ครั้ง ขณะที่เส้นบะหมี่หนักหนึ่งขีดครึ่งต้องแกว่ง 90 ครั้ง และไม่ว่าผมจะแกว่งมันสักกี่ครั้ง มันก็จะเป็นบะหมี่เส้นเดียวอยู่เสมอ” เจ้าอธิบายกับนักข่าว โดยหลังจากบะหมี่ดิบถูกตวัดเส้นสายเรียบร้อย เขาก็นำลงต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาสองนาที ก่อนตักใส่ชามพร้อมปรุงรสด้วยเครื่องเทศนานาชนิด

แม้ว่าจะเป็นเพียงบะหมี่เส้นเดียว แต่เจ้าก็ใช้เวลามากกว่า 10 วิเคราะห์บอลชม.ในการตระเตรียม โดยการแกว่งไกวเส้นบะหมี่นั้นถือเป็นหนึ่งในวิธีการนวดแป้ง เจ้าจะใช้แป้งสาลีประมาณ15-20 กก. ผลิตเส้นบะหมี่ซึ่งจะเปิดขายเวลาบ่ายสองโมงของทุกวัน และหลังจากขายหมดเขาก็ต้องเตรียมวัตถุดิบสำหรับขายวันถัดไปทันที

“ผมสามารถตวัดเส้นบะหมี่ได้ยาวเกือบ 300 เมตรวิเคราะห์บอล สูตรของแป้งทำเส้นบะหมี่นี้สำคัญมาก และมันก็เป็นเคล็บลับสุดยอดที่บอกใครไม่ได้” เขาบอกกับนักข่าวด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม

“ผมรับประกันว่าไม่มีการใส่สารเจือปนใดๆ ลงไปในเส้นบะหมี่แน่นอน”

ทั้งนี้ ปกติเส้นบะหมี่น้ำหนักหนึ่งขีดหรือ 100 กรัมจะมีความยาวราว 50-60 เมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นด้วย โดยเจ้าเผยว่าลูกค้าที่มาล้วนสนุกกับการคิดไอเดียรับประทานบะหมี่เส้นเดียวของเขา เช่น บางคนที่ไม่รีบร้อนก็จะค่อยๆ กินจากปลายเส้นด้านหนึ่งไปจนหมดอีกด้าน หรือบรรดาคู่รักก็จะแบ่งกันกินคนละปลายเส้นเพื่อบรรจบกันในที่สุด เป็นต้น

“มุลเลอร์” ปัดสำออย ทำ “เปเป้” ถูกตะเพิด

Portugal's Pepe headbutts Germany's Thomas Mueller, receiving him a red card, during their 2014 World Cup Group G soccer match at the Fonte Nova arena in Salvador
โธมัส มุลเลอร์ กองหน้า เยอรมนี ออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหา พยายามตบตาผู้ตัดสิน เป็นเหตุให้ เปเป้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟพันธุ์ดุ โปรตุเกส ถูกไล่ออกจากสนาม ก่อนเอาชนะ 4-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา

หัวหอกจาก บาเยิร์น มิวนิก ระเบิดฟอร์มกระหน่ำแฮตทริก สยบ คริสเตียโนลอกผิว โรนัลโด และเพื่อนร่วมชาติ นำพลพรรค “อินทรีเหล็ก” มีโอกาสสูงที่จะตีตั๋วสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากยึดจ่าฝูง กลุ่ม จี แถมยังเป็นคู่กรณีกับ ปราการหลัง รีล มาดริด ซึ่งตนถูกเหวี่ยงแขนฟาดใบหน้าจนล้มลง และตามด้วยเฮดบัตต์ ทำให้ สิงห์เชิ้ตดำ ไม่ลังเลชักใบแดงไล่ อดีตผู้เล่น เอฟซี ปอร์โต ทันที

จอมถล่มประตูวัย 24 ปี กล่าว “ผมอยากจะเห็นภาพรีเพลย์ทางโทรทัศน์ ลอกผิวตมมุมมองของผม ผมเชื่อว่ามันเป็นการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล ผมถูกฟาดด้วยกำปั้น มันเกิดขึ้นจริงๆ อัไนเกิดขึ้นต่อมาผมไม่แน่ใจ ผมไม่ได้ดูเหมือนคนโง่ ผมไม่ต้องการตบตาใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผมไม่รู้แน่ชัดว่า ผมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นได้อย่างไร”

ทั้งนี้ ดาวยิงสูงสุด เวิลด์ คัพ 2010 ลอกผิวยังเอ่ยถึงการเหมาคนเดียว 3 ประตู ในเกมนี้ว่า “การทำ 3 ประตูนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ กับคู่แข่งที่เอาชนะไม่ได้ง่ายๆ มันเป็นบางอย่างที่น่าจจดจำ ผมสร้างชื่อตัวเองขึ้นมาในฟุุตบอลโลก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ดาวซัลโวสูงสุด) ผมไม่ใช่ที่จะต้องตื่นเต้นใดๆ”

ช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย ตัดสินอนาคต “บิ๊กตู่”

31

อีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งเดือน ที่ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผบ.ทบ. สักคิ้วโดดลงมาสวมบทหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจจาก “รัฐบาลปูแดง”

บรรยากาศการต่อสู้ของสองขั้วการเมือง เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะด้วยเงื่อนล็อกจากคำสั่งของ คสช.ทำให้ต่างฝ่ายต่างถูกตีกรอบให้เคลื่อนไหวอยู่ในวงจำกัด โดยเฉพาะซีกของ “คนเสื้อแดง” ที่แปลงกายมาใส่เสื้อขาว-เสื้อหลากสี ก็เริ่มอ่อนกำลังลง เพราะมาตรการที่เข้มข้นของ คสช.ที่จับจริง-ขังจริง

ขณะที่ “บิ๊กตู่” ก็ออกมาพูดหลายต่อหลายครั้งว่า ขวบเดือนแรกภายหลังการ “รัฐประหาร” จะคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองให้เข้าสู่ภาวะปกติ และจะลดความขัดแย้งให้หมดไปโดยเร็วสักคิ้วมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม จะต้องตั้ง “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) ให้ได้ เพื่อนำฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาในระบบตามเดิม รวมไปถึงอาจมีภารกิจสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยสักคิ้ว หากจะไม่ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา

ทว่า อุปสรรคของ “บิ๊กตู่” คงหนีไม่พ้น “บุคลากร” ที่จะเข้าทำงานด้านนิติบัญญัติ ตลอดจนไปถึง “สภาปฏิรูป” ที่เป็นไฟต์บังคับ

เพราะหันหลังแลหน้าไปมองทางไหนก็เจอแต่คนหน้าเดิม เอาแค่คนที่จะมารับหน้าเสื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รู้กันทั้งบางว่า ถึงเวลาจริงก็คงเลือกใช้กันอยู่แค่สองเจ้าเท่านั้นที่ผูกสัมปทานด้านนี้อยู่

คนหนึ่ง “วิษณุ เครืองาม” เจ้าของสมญา “เนติบริกร” ที่เข้ามาตีตราจองในตำแหน่งที่ปรึกษา คสช.แล้วในวันนี้

อีกราย “มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่อาจจะดูตกยุค แต่ศักยภาพยังการันตีอยู่ เพราะผ่านการร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายต่อหลายฉบับ

คาดว่าไม่คนใดคนหนึ่งต้องเข้ามาคุมเกมใน สนช.แน่

ขณะที่เก้าอี้ใน สนช.-สภาปฏิรูป ที่จนวันนี้ยังไม่เคาะว่ามีกี่ที่นั่ง แต่รวมๆแล้วต้องมีหลักหลายร้อยอย่างแน่นอน ทำให้บรรดาคนที่คิดว่าตัวเองเข้าข่ายสวมบท “นักวิ่ง” กันแต่หัววัน อย่างความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มอาจารย์” ที่ต่อสู้เคียงข้างและคอยให้คำปรึกษา “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส.มาโดยตลอด ก็ออกอาการน้อยอกน้อยใจว่า “บิ๊กตู่-คสช.” ยังไม่สะกิดเรียกมาใช้บริการเลย ทั้งที่ต่อสู้เคียงข้าง-เคียงบ่า-เคียงไหล่ กันมาตลอด โจมตี-ต่อต้าน “รัฐบาลปูแดง” ชนิดออกนอกหน้า ยอมเจ็บยอมโดนด่า แต่กลับยังไม่ได้อะไรตอบแทน

หรืออย่างกลุ่ม ส.ว.ที่ตกงานเพราะโดนโละทิ้งจากคำสั่งของ คสช.ก็ขยับเคลื่อนไหวไม่แพ้กัน ความคาดหวังต่อเก้าอี้ สนช.-สภาปฏิรูปจึงค่อนข้างสูง และอาจจะชุลมุนไม่ต่างกับการแย่งที่นั่งดูหนังฟรีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งยังมีการปล่อยข่าว-บลัฟข่าว ดิสเครดิต “นักวิชาการ” ที่ คสช.เลือกใช้อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน หนักวันเข้าก็ด่าทั้งที่ลับ-ที่แจ้ง หาว่า “พวกอีแอบ” มักได้ดี

ฉะนั้น จึงต้องวัดใจ “บิ๊กตู่” ว่าจะเสี่ยงเลือกใครมาใช้บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารประเทศ

เพราะหากสุดท้ายกางชื่อออกมามีแต่คนหน้าช้ำ หรือพวกพ้องตัวเอง ก็เตรียมรับเสียงโห่ฮาได้เลย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเสียงเป่าปากไม่เห็นด้วยกับการตั้ง 10 ที่ปรึกษาเมื่อไม่นานมานี้ พอมี สนช.-สภาปฏิรูปแล้ว สิ่งที่จะตามมาในเดือนตุลาคม “บิ๊กตู่” ให้คำมั่นสัญญาอีกว่าจะต้องมี “รัฐบาลชุดใหม่” มี “คณะรัฐมนตรีชุดใหม่” เข้ามาบริหารประเทศ

โจทย์ใหญ่คือ “บิ๊กตู่” จะเลือกใครมาอยู่ใน “ดรีมทีม” ในภาวะที่ต้องเร่งบูรณะฟื้นฟูประเทศ เพราะหากพูดถึงตำแหน่งรัฐมนตรี ก็มีทั้งพวกที่มีฝีมือ แต่ไม่อยากเข้ามานั่งในตำแหน่ง เพราะเกรงว่าจะเสียคนตอนแก่ และมีทั้งพวกไร้ฝีมือ แต่ “กระสัน” เสนอหน้าอยากเข้ามาเป็นจนตัวสั่นก็เยอะ

รวมไปถึงควมมคาดหวังว่า “ครม.ชุดใหม่” จะไม่ซ้ำรอย “ครม.ขิงแก่” ที่ “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” เลือกสรรเข้ามา แต่ไม่สามารถบริหารประเทศให้เดินหน้าไปได้ แถมยังล้าหลังเข้าไปอีก

ยังมีพวกเหลือบไรแอบทุจริตกินงบประมาณของรัฐเสียเอง

ทว่า การคัดเลือก “ครม.ชุดใหม่” ของ “บิ๊กตู่” อาจจะมีจุดต่างจากสมัย คมช.ของ “บิ๊กบัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” อยู่บ้างตรงที่ “พล.อ.สนธิ” แทบที่จะไม่มีอำนาจในการเลือก ครม.ด้วยตัวเองเลย เพราะบรรดา “อำมาตย์” หลากหน้าหลายตาเข้ามาเสนอชื่อคนที่ตัวเองคิดว่าเป็น “คนดี” เข้ามาชิงตำแหน่งกันมากมาย หน้าตาของ “ครม.ขิงแก่” จึงดูอ่อนแอที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา

แต่ครั้งนี้ “บิ๊กตู่” ทุบโต๊ะขึงขังว่า จะจิ้มคัดสรรด้วยตัวเอง โดยไม่ให้มีผู้ใดเข้ามาครอบงำ เพราะถือว่าได้ตัดสินใจเด็ดเดี่บวในการยึดอำนาจด้วยตัวเอง พวกที่กระดิกเท้ารอจึงหมดสิทธิ์มาขอแบ่งเค้กทีหลัง

อำนาจเต็มในการจัดตั้ง “ครม.ชุดใหม่” จึงอยู่ที่ “บิ๊กตู่” คนเดียว หากรักใคร-ชอบใคร-ผลงานใครดี มีหวังเข้าตา “บิ๊กตู่” ลุ้นนั่งใน ครม.ได้ทันที

ส่วนตำแหน่ง “นายกฯ” ยังคลุมเครือ สปอตไลต์ส่องไปที่ตัว “บิ๊กตู่” ว่าจะนั่งบริหารประเทศต่อด้วยตัวเอง บางกระแสบอกว่า “บิ๊กตู่” จะหลีกทางให้ “คนนอก” เข้ามาบริหารประเทศแทน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป แต่ไทม์มิ่งของประเทศไทยในเดือนตุลาคม นอกจากจะได้ “ฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ” แล้ว บรรดาแผงอำนาจใน “กองทัพ” ยังต้องเปลี่ยนมืออีกครา โดยเฉพาะตำแหน่งหัวแถว ทั้งเก้าอี้ปลัดกลาโหม-ผบ.สส.-ผบ.ทบ.ที่เจ้าของเดิมถึงเกณฑ์ต้องรีไทร์ตามกติกา

อย่างเก้าอี้ ผบ.ทบ.ก็ต้องวัดใจว่า “บิ๊กตู่” ที่จะเกษียณอายุราชการ จะลุกให้รุ่นน้องมารับไม้ต่อหรือไม่ เพราะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าอาจมีการต่ออายุราชการคุมกองทัพบกต่อไปอีกปี แต่หากเลือกที่จะลุกจากตำแหน่ง เต็งหนึ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ผบ.ทบ.คนใหม่” ก็น่าจะเป็น “บิ๊กโด่ง-พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร” รอง ผบ.ทบ. ซึ่งเบียดมากับ “บิ๊กต๊อก-พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” ผู้ช่วยเสนาธิการ ทบ. ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นมือทำงานคนสำคัญของ “บิ๊กตู่”

ทว่า การที่ “บิ๊กตู่” ใช้ “น้องรัก” หลายคนเข้ามาบริหารประเทศในยามนี้ การจัดสรรตำแหน่งให้ทุกคนพอใจยิ่งเป็นเรื่องยากลำบากใจยิ่งกว่าเดิม

การเกลี่ยตำแหน่งให้ทุกคน “วิน-วิน” จึงสำคัญยิ่ง

มาวันนี้มีกระแสข่าวหลุดลอดออกมาว่า “บิ๊กตู่” อาจจะนั่งควบทั้งตำแหน่งนายกฯและตำแหน่ง ผบ.ทบ. ทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ “น้องรัก” ต้องหักหาญกันเอง อีกทางหนึ่งเพื่อรวบอำนาจในการบริหารประเทศไว้กับ “บิ๊กตู่” เพียงคนเดียวไปพลางก่อน

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือน ที่ตัดสินชี้เป็นชี้ตายอนาคตของ “บิ๊กตู่” ที่จะสานฝันพาประเทศไทยกลับมาดีกว่าเดิมได้หรือไม่ หรือจะกลับไปมีขั้วการเมืองสองขั้วเหมือนเดิม หรือจะกลับไปแย่กว่าเดิม

คำตอบอยู่ที่ “บิ๊กตู่” คนเดียว ที่ต้องโชว์ฝีมือบริหารอำนาจให้ลงตัว

“โอบามา” ยอมรับแอบส่งทหารอเมริกัน 275 ชีวิตเข้าไปในอิรัก มีภารกิจหลัก อารักขาพลเมือง-จนท.US

29
เอเอฟพี/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ เผยในวันจันทร์ (16 มิ.ย.) ในจดหมายที่ส่งถึงบรรดานักการเมืองระดับแกนนำในสภาคองเกรสโดยยอมรับ มีทหารอเมริกันราว 275 คนถูกส่งไปยังอิรักเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ และให้การคุ้มครองต่อสถานทูตอเมริกันในกรุงแบกแดด

รายงานข่าวระบุว่า ในจดหมายถึงบรรดาแกนนำในสภาคองเกรสฉบับนี้ สอนพิเศษโอบามายอมรับว่า การส่งกำลังพลจำนวนดังกล่าวไปยังอิรักนั้นได้เริ่มดำเนินการอย่างลับๆมาตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ (15) ที่ผ่านมา และได้แจ้งต่อรัฐบาลอิรักภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนูริ อัล-มาลิกิแล้ว และจุดมุ่งหมายหลักของการส่งกองกำลังชุดนี้เข้าไปยังแผ่นดินอิรักก็เพื่อให้การปกป้องพลเมืองอเมริกันและทรัพย์สินของชาวอเมริกันเท่านั้น แต่หากมีเหตุจำเป็น สอนพิเศษกำลังพลชุดนี้ก็มีความพร้อมที่จะต่อสู้กับศัตรูได้ทุกเมื่อ

ด้านทำเนียบขาวออกมาแถลงเพิ่มเติมว่า เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ทหารอเมริกันชุดนี้จะให้ความช่วยเหลือแก่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ในการอพยพเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่บางส่วนของสถานทูตในกรุงแบกแดดไปยังที่ทำการสถานกงสุลในเมืองอาร์บิล และบาสราในอิรักสอนพิเศษ รวมถึงกรุงอัมมานเมืองหลวงของจอร์แดน

อย่างไรก็ดี มีการยืนยันว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดจะยังคงเปิดทำการตามปกติ เช่นเดียวกับความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่

“กองกำลังนี้จะปักหลักอยู่ในอิรักนานจนกว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงจะดีขึ้น และไม่มีความจำเป็นต้องคงกำลังส่วนนี้ไว้ในอิรักอีกต่อไป” เนื้อหาส่วนหนึ่งในจดหมายของโอบามาระบุ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ของพวกมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรง ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและเลแวนต์” หรือ “ไอเอสไอแอล” ได้เปิดฉากสู้รบกับกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอิรัก และสามารถบุกเข้ายึดครองหลายเมืองในอิรัก โดยเฉพาะทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด และยังมีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการบุกเข้ายึดเมืองหลวงของประเทศ

ค้นไร่ “ด.ต.” เชียงกลาง เจอทั้งไม้-ปืน-โพยหวย

28

น่าน – กองกำลังรักษาความสงบฯ จทบ.น่านนำทีมตำรวจ ปกครอง ป่าไม้ ลุยค้นเป้าหมายต้องสงสัยทำไม้เถื่อน เล่นพนัน หลังคนแจ้งผ่านตู้ ปณ.555 เพียบ พบไร่นายดาบตำรวจเชียงกลาง มีไม้แปรรูป พร้อมอุปกรณ์เลื่อยไม้เพียบ แถมเจออาวุธปืน กระสุน โพยหวยใต้ดิน และใบรับจำนำอื้อ

พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จทบ.น่านเครื่องสำอางค์เกาหลี พร้อมด้วยนายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายประสิทธิ์ พัฒนใหญ่ยิ่ง ผอ.สำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน, พ.อ.ธงชัย มีอนันท์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 32, พ.ต.อ.สมพงษ์ สวนคร้ามดี รอง ผบก.ภ.น่าน ได้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และป่าไม้ เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยทำไม้เถื่อน-เล่นการพนัน ตามที่ได้รับการร้องเรียนผ่านตู้ ปณ.555 จทบ.น่าน เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.)

โดยเป้าหมายแรกเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านร้อง หมู่ที่ 4 ต.ปัว อ.ปัว พบไม้ท่อน และไม้แปรรูป จำนวน 103 แผ่น/ท่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่สองคือ ไร่พิมานมาศ รีสอร์ท ซึ่งเป็นของดาบตำรวจสมบูรณ์ แก้วโก เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ.เชียงกลาง พบไม้หวงห้ามที่แปรรูปแล้วจำนวนกว่า 500 แผ่น พร้อมด้วยเลื่อยวงเดือน จำนวน 1 แป้น, รถยนต์ 4 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 9 คัน, อาวุธปืนสั้น 3 กระบอก, อาวุธปืนลูกซองจำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนลูกซองจำนวน 10 นัด, ลูกกระสุนอาวุธสงคราม M.16 จำนวน 28 นัด, ลูกโม่ 2 กระบอก, เครื่องสำอางค์เกาหลีอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก, แมกกาซีน M16 จำนวน 1 อัน

นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์เล่นการพนัน และโพยหวยเถื่อน (หวยใต้ดิน) เอกสารการรับจำนำสิ่งของอีกหลายรายการ และเงินสดจำนวน 9,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากการใช้กฎอัยการศึก ทำให้สามารถเข้าตรวจค้นจู่โจมได้อย่างเฉียบขาด และทันท่วงที ส่งผลให้การเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ส่วนหนึ่งก็เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่บูรณาการความร่วมมือและข้อมูล

ขณะที่ พล.ต.วิจักขฐ์กล่าวเน้นย้ำว่า เครื่องสำอางค์เกาหลีการปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นเป็นไปตามคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะการตรวจยึดอาวุธสงคราม และสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด และหลังจากนี้ก็จะกวดขันการจับกุมผู้กระทำความผิดมากยิ่งขึ้น

“ตอนนี้มีผู้แจ้งเบาะแสผ่านมาทางตู้ ปณ.555 จังหวัดทหารบกน่าน จำนวนมาก ทั้งเรื่องยาเสพติด ไม้เถื่อน หวยเถื่อน บ่อน การพนันบอล และหลายเรื่องกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบก่อนเข้าปฏิบัติการ”

พิรุธ! โกดังข้าวกำแพงเพชรมีกุญแจล็อกไม่ครบ-แถมสต๊อกลมโผล่

27
พิษณุโลก – ทหาร ทภ.3 ตรวจโกดังข้าวเจอพิรุธ โกดังข้าวเมืองกล้วยไข่นับ 10 แห่งมีกุญแจคล้องไม่ครบ แถมสต๊อกลมโผล่ เถ้าแก่โรงสีดิ้น เร่งสีข้าวกันทั้งวันทั้งคืน พร้อมดอดขอขนข้าวเข้าโกดังเพิ่มกันหน้าตาเฉย

พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 เครื่องถ่ายเอกสารกองทัพภาคที่ 3 ได้เข้าตรวจท่าข้าวแสงดาว เลขที่ 109 หมู่ 6 ต.ปากโทก อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อเย็นวานนี้ (16 มิ.ย.) เพื่อล็อกกุญแจดอกที่ 4 พร้อมตรวจความเรียบร้อยโกดังข้าวเปลือกตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2555/56 เพื่อป้องกันการทุจริตและการโยกย้ายข้าว

โดยนายยงยุทธ เส็งพานิช เจ้าของท่าข้าวแสงดาว แจ้งว่า ตนรับฝากข้าว ปีการผลิต 55/56 กว่า 1 แสนกระสอบ ได้รับค่าฝากข้าวกระสอบละ 2 บาท รวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาทต่อเดือนเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งรัฐบาลนำข้าวมาฝากร่วม 12 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

พล.ต.คู่ชีพกล่าวว่า โกดังท่าข้าวแสงดาวเป็น 1 ใน 35 โกดังที่ไม่สามารถนำกุญแจดอกที่ 4 ของทหาร ม.พัน.9 ล็อกได้ทันที ต้องเจาะเหล็กให้เป็นรูเพื่อนำกุญแจมาล็อก ส่วนการตรวจปริมาณว่าอยู่ครบหรือไม่นั้นยังไม่ได้ดำเนินการ

พล.ต.คู่ชีพกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนไปตรวจโกดังข้าว โดยเฉพาะโกดังสิงโตทองไรซ์ ที่ จ.กำแพงเพชร เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของโรงสีหลายแห่งในจังหวัดกำแพงเพชรนำข้าวส่งเข้าโกดังไม่ครบ และติดต่อจะขอนำข้าวเข้าโกดังให้ครบตามจำนวน ตนก็ยืนยันว่า “ไม่ได้” เพราะการเปิด-ปิด นับจากนี้ต่อไปจะต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหรือแม่ทัพภาคที่ 3 คือไม่มีการเปิดโกดังจนกว่าได้รับคำสั่งตรวจสต๊อกโกดังข้าวทั่วประเทศ

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าโรงสีในจังหวัดกำแพงเพชรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวมีทั้งหมดเครื่องถ่ายเอกสาร 20 ราย และมีการนำข้าวในโครงการเก็บในโกดังทั่วทั้งจังหวัดฯ รวม 35 แห่ง

แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่ทางฝ่ายทหารจะนำกุญแจโปะดินเหนียว พร้อมตีตราประทับเพิ่มนั้นมีโกดังไม่ต่ำกว่า 10 แห่งที่มีกุญแจคล้องอยู่เพียง 2 ดอก ทั้งที่ตามระเบียบจะต้องมีกุญแจล็อกไว้ 3 ดอก ถือว่าผิดปกติ

โดยเจ้าของโรงสีอ้างเหตุว่า ไม่มีการตรวจนับอย่างสมบูรณ์ก่อนจะคล้องกุญแจได้ครบ 3 ดอก อีกทั้งมีความพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อขอนำข้าวสารมาเติมในโกดังให้ครบตามจำนวน

นอกจากนี้ โรงสีบางรายกำลังเร่งสีข้าวต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน หวังนำข้าวสารไปส่งคืนเข้าโกดังให้ครบตามจำนวนตามที่แจ้งไว้ ทำให้ทหารทัพภาคที่ 3 ออกตรวจตราทุกโกดังรับฝากข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต และโยกย้ายข้าวสาร

บอร์ด ปตท.ลาออกเพิ่มอีก 2

26

บอร์ด ปตท.ลาออกแล้ว 3 คน มีปานปรีย์ พหิทธานุกร วรุณเทพ วัชราภรณ์
ครีมหมอยันฮี อรรถพล ใหญ่สว่าง

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งว่ามีกรรมการบริษัทจำนวน 3 คนลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากติดภารกิจอื่น ดังนี้คือ
ครีมหมอยันฮีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร กรรมการอิสระและประธานกรรมการ การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป

นายวรุณเทพ วัชราภรณ์
ครีมหมอยันฮีกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป และนายอรรถพล ใหญ่สว่าง กรรมการอิสระ ประธานกรรมการสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป

“ประยุทธ์” แจงความคืบหน้าการทำงาน ยันมีรัฐบาลใหม่ ก.ย.

25

วันนี้ (13 มิ.ย.) เวลา 20.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การดำเนินงานสร้างความปรองดองในระยะที่ 1 ปัจจุบันนั้นจะเริ่มตั้งแต่การลดความขัดแย้ง จัดกิจกรรมให้ประชาชนพบปะกัน โดยให้ทุกคนมีโอกาสที่จะรับฟังความเห็นต่าง หรือรับฟังให้ครบถ้วนในทุกแง่มุม เพื่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อาหารเสริมลดความหวาดระแวง ในเรื่องของการให้ความยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงพอดี จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรม ส่วนสถานการณ์ด้านต่างประเทศ ปัจจุบันมิตรประเทศต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเราก็ได้มีท่าทีที่ดีขึ้น เข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทยได้มากขึ้น

ส่วนของการเดินหน้าเพื่อการปฏิรูประยะที่ 1 มีความคืบหน้าไปมาก แล้วคาดหวังว่าระยะที่ 2 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถ้าไม่มีปัญหาแทรกซ้อนใดๆ ทั้งระยะที่ 1 และ 2 ก็น่าจะเดินไปได้อย่างที่ต้องการ

“ส่วนระยะที่ 1 วันนี้เรากำหนดไว้ชัดเจนว่าเราน่าจะมีรัฐบาลในเดือนกันยายน เพื่อจะดำเนินการขับเคลื่อนประเทศต่อไป ในส่วนของสภานิติบัญญัติเช่นเดียวกันคงต้องเกิดขึ้นก่อน พร้อมๆ กับการประกาศใช้ธรรมนูญชั่วคราว และผมยืนยันว่าตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไปจะเป็นการบริหารประเทศในลักษณะเป็นรัฐบาลที่มี ครม.อาหารเสริม และจะพยายามจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ใกล้เคียง กับการบริหารราชการในแบบปกติที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หัวหน้า คสช. กล่าวอีกว่า บางประเทศที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในครั้งนี้ ตนเคารพในความคิดของทุกประเทศ ไม่ได้ไปตอบโต้ ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ และยังคงต้องอยู่ต่อไป ในเรื่องของความร่วมมือและบรรยากาศที่ดีทั้งราชการ ภาคเศรษฐกิจ และประชาชน ต้องใช้เวลาให้ประเทศเหล่านั้นได้เข้าใจบริบทของสังคมไทย และผลงานของ คสช. อย่างแท้จริง

ในด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา เน้นเรื่องความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐบาล หรือ คตร. โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบหารือกำหนดนโยบายต่างๆ ให้เกิดความโปร่งใส และคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง คือจะต้องใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ขั้นต้นเราจะตรวจสอบโครงการที่มีรายจ่ายวงเงินเกิน 1 พันล้านบาท ทั้งโครงการที่ยังไม่ดำเนินการและได้อนุมัติไปแล้ว หากโครงการใดไม่เหมาะสมต้องหยุดดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณต้องระมัดระวัง เตรียมการป้องกันการทุจริต โดยคณะกรรมการตรวจสอบนั้นประกอบไปด้วยภาคส่วนอื่นด้วย อาทิ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และคณะกรรมการที่เพิ่มเติมโดย คสช. จัดตั้งขึ้น ตนยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ได้ให้ความสำคัญลำดับแรกในเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากค่าครองชีพ วันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นพื้นฐานมาร่วมประชุม ซึ่งต้องขอบคุณผู้ประกอบการทั้งหมดที่ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยยืนยันว่าจะยังคงราคาสินค้าที่จำเป็นต่อไปอีก 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือใครก็ตามที่อยากจะช่วย ได้จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชน เช่น วันนี้ได้สั่งการให้กองทัพบกและทุกเหล่าทัพ ทุกหน่วยงาน จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตโดยตรงสู่ผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นที่เกษตรกรผู้ผลิตรายย่อย

สำหรับด้านพลังงาน คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องราคา แต่ต้องไปคิดต่อว่าจะสามารถจัดหาพลังงานให้เพียงพออย่างไร เช่น พลังงานสำรอง การจัดหาพลังงานภายในประเทศ อาหารเสริมวันนี้เรายังไม่ก้าวไปถึงการเจาะน้ำมันและผลิตเองทั้งหมด ซึ่งถ้าแบบนั้นเราสามารถจะกำหนดราคาได้เอง แต่วันนี้เราได้ประโยชน์จากพลังงานแหล่งพลังงานในประเทศมาจาก 2 อย่าง คือค่าสัมปทานและภาษีต่างๆ เหมือนกับเรานำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด แต่ถ้ามันไม่ใช่เดี๋ยวคณะกรรมการจะพิจารณาขึ้นมาอีก

เรื่องของรายได้ที่กลับมาบางส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของรัฐวิสาหกิจ ส่วนหนึ่งเป็นส่วนของภาคธุรกิจบริษัทมหาชน มันต้องแยกกันให้ออกว่า กำไรทั้งหมดมาอย่างไร ซึ่งตนมีแนวคิดอยู่พอสมควร และได้มอบหมายไปแล้ว และคิดว่าคงต้องขอความร่วมมือจาก ปตท. ซึ่งเป็นทั้งรัฐวิสาหกิจและบริษัทมหาชนในเรื่องของพลังงานทดแทน

ในเรื่องกองทุนน้ำมัน วันนี้ต้องศึกษาและสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าถ้าลดตรงนี้ ตรงนั้นมันต้องเพิ่มไปตามกลไกท้องตลาด จะรับได้ไหม ถ้ารับไม่ได้จะทำอย่างไร วันนี้กองทุนน้ำมันติดลบประมาณ 7,400 ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เก็บจะได้ไหม ไม่เก็บแล้วทำอย่างไร ตอนนี้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน และกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นกำลังศึกษาเพื่อหาทางออกของปัญหานี้

คำต่อคำ : รายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” 13 มิถุนายน 2557

สวัสดีครับ เรามาพบอีกครั้งกับ คสช. เพื่อมาบอกถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานในทุกๆ ด้านที่ผ่านมา ดังนั้นความมั่นคงนั้น ในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมเป็นต้นมา มีการประกาศกฎอัยการศึก เราได้มีการจับกุมอาวุธปืนสงครามจำนวน 88 กระบอก ปืนเถื่อน ทั้งปืนพก ปืนลูกซอง ปืนผลิตเองจำนวนทั้งสิ้น 1,268 กระบอก กระสุน 7 พันกว่านัด ลูกระเบิด วัตถุระเบิด 300 กว่าลูก และการจับกุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศนั้น จะยังคงเร่งดำเนินการต่อไปนะครับ

ในส่วนของการติดตามสืบสวนสอบสวน จับกุมเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธต่างๆ นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธสงครามมีความคืบหน้าไปมาก ปัจจุบันได้สืบทราบตรวจสอบพบเครือข่าย ทั้งผู้สนับสนุน ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่หลายฝ่ายหลายกลุ่มด้วยกัน ทั้งในส่วนของกลุ่มการเมือง ธุรกิจผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ ในสถานการณ์ปกตินั้นเราทำไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเวลานี้ ทั้งหมดนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ในการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกบางมาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการห้ามออกนอกเคหสถาน เราได้มีการประกาศไปแล้วทั้งหมดมีการยกเลิกไป 4 ครั้งนะครับ และประกาศโดยประกาศ คสช.ทั้งหมด 52 54 56 และ 60 ทั้งหมด 30 พื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่เป็นการท่องเที่ยว ผ่อนคลาย บรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันยกเลิกไปแล้วจำนวน 25 จังหวัด และขณะนี้กำลังพิจารณาว่า เราสามารถจะยกเลิกได้ทุกพื้นที่หรือไม่ ก็จะดำเนินการให้ได้โดยเร็ว ที่ผ่านมานั้นในส่วนของการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น เรามุ่งเน้นการใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ในด้านการปราบปราม การกระทำผิดกฎหมาย อาทิเช่น การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ขบวนการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจ ป.ป.ส. สายงาน กอ.รมน. และภาคอื่นๆ รวมทั้งภาคประชาชนนั้น ร่วมกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายปกตินั้นเราจะพยายามใช้ให้มากที่สุด และใช้กฎอัยการศึกเท่าที่จำเป็น ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเราทุกคนนั้นต้องเคารพกฎหมาย และกติกาของสังคม กฎหมายมีไว้ทำให้สังคมนั้นอยู่ร่วมกันได้ เราจึงไม่ใช้กฎหมายมาสร้างความขัดแย้งนะครับ

ความคืบหน้าผลของการสร้างความเข้าใจให้กับบุคคลที่มีความเห็นต่าง หรือขัดแย้งในสังคมที่ผ่านมาในอดีต การเรียกบุคคลมารายงานตัว ได้รับความร่วมมือจากบุคคลเหล่านั้นอย่างดียิ่ง และพร้อมที่จะร่วมสนับสนุนงาน รักษาความเรียบร้อย ความปรองดองสมานฉันท์เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น กิจกรรมในการส่งเสริมความปรองดองของมวลชน ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด 52 จังหวัด มียอดคนเข้าร่วมหลายแสนคน ในจำนวน 319 หมู่บ้าน ในชั้นต้น ได้มีการพบปะพูดคุยกันอย่างอิสระ ปราศจากการชี้นำ ทั้งนี้เพื่อให้รู้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน

สำหรับการดำเนินงานในการสร้างความปรองดองในระยะที่ 1 ปัจจุบันนั้นจะเริ่มตั้งแต่การลดความขัดแย้ง จัดกิจกรรม ให้ประชาชนเข้ามาพบปะกัน โดยให้ทุกคนมีโอกาสที่จะรับฟังความเห็นต่าง หรือรับฟังให้ครบถ้วนในทุกแง่มุม ที่ผ่านมานั้นจะฟังแต่เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ลดความหวาดระแวง ในเรื่องของการให้ความยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย แต่เพียงพอดี จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรม ซึ่งประกอบไปด้วย ตำรวจ อัยการ ศาล ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน

สถานการณ์ด้านต่างประเทศ ปัจจุบันนั้นมิตรประเทศต่างๆที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเรามาโดยตลอด ก็ได้มีท่าทีที่ดีขึ้น เข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทยได้มากขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐยังคงดำเนินการไปตามปกติ มีการแลกเปลี่ยนติดต่อราชการระหว่างประเทศในแต่ละกระทรวง อาทิเช่น การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของกระทรวงกลาโหม ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน การเยือนประเทศออสเตรเลียของข้าราชการกระทรวงยุติธรรมตามแผนงานเดิม กลุ่มนักธุรกิจประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น ที่เราได้เชิญมาพบแล้วก็มีความเข้าใจมากขึ้น และมีแผนเชิญผู้ประกอบการของสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรปมาเพิ่มเติบในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพื่อให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น และยังคงลงทุนในประเทศไทยดังเดิม หรือขยายความร่วมมือมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เราคงดำเนินการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยกับประเทศต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในเวทีต่างประเทศ ในทุกภาคส่วน ทั้งทางด้านการทูต ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ทั้งภาคราชการและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวานนี้ที่ผ่านมาเราได้พบปะหารือกับเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ประจำต่างประเทศของไทยจำนวน 23 ท่าน มอบหมายให้แต่ละประเทศได้ไปสร้างความเข้าใจ และเอาข้อมูลข้อเท็จจริง และความจำเป็นในการเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. ในครั้งนี้ ตลอดจนชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการเตรียมการด้านการปฏิรูป นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศที่เรายังคงดำรงไว้เช่นเดิม และส่งเสริมให้มากยิ่งขึ้น เน้นในเรื่องของการค้าเสรี การดูแลผลประโยชน์ของมิตรประเทศทุกประเทศในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อจะเผยแพร่ให้มิตรประเทศได้รับทราบ

ในส่วนของการเดินหน้าเพื่อการปฏิรูปปัจจุบบันระยะที่ 1 โดย 3 เดือนแรกของเรามีความคืบหน้าไปมาก เราก็คาดหวังว่า ระยะที่ 2 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถ้าไม่มีปัญหาแทรกซ้อนใดๆ ทั้งระยะที่ 1, 2 มันก็น่าจะเดินไปได้อย่างที่เราต้องการที่เตรียมการไว้ ส่วนระยะที่ 1 วันนี้เรากำหนดไว้ชัดเจนว่าเราน่าจะมีรัฐบาลในเดือนกันยายน เพื่อจะดำเนินการขับเคลื่อนประเทศต่อไป ในส่วนของสภานิติบัญญัติเช่นเดียวกันคงต้องเกิดขึ้นมาก่อนนะครับ พร้อมๆ กับการประกาศใช้ธรรมนูญชั่วคราว เมื่อหลังเดือนกันยายนไปแล้ว ก็คือตุลาคมนะครับ ที่ผมย้ำเดือนเพราะว่า มีคำถามมาตลอดเมื่อไร อย่างไร ผมก็เลยเกรงว่า เราจะใช้ปฏิทินคนละฉบับ วันนี้น่าจะใช้ฉบับเดียวกันแล้ว ผมยืนยันกับท่านว่า ตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป มันคงจะเป็นการบริหารประเทศ ในลักษณะเป็นรัฐบาลที่มี ครม. และพยายามจะขับเคลื่อนไปในทางที่ใกล้เคียง กับการบริหารราชการในแบบปกติที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันแผนต่างๆ การดำเนินการต่างๆ ยังคงเป็นไปตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เพราะอะไรครับ ก็เพราะประชาชนให้ความร่วมมือกับพวกเราเป็นอย่างดียิ่ง เป็นกำลังใจให้เราเสมอมา เพราะว่าบางประเทศที่มีท่าทีที่ยังไม่เห็นชอบ หรือไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ผมเองและ คสช.นั้น เคารพในความคิดของทุกประเทศ ไม่ได้ไปตอบโต้ประเทศเหล่านั้น ความสัมพันธ์เหล่านั้นยังคงมีอยู่ และยังคงต้องอยู่ต่อไป ในเรื่องของความร่วมมือและบรรยากาศที่ดีทั้งราชการ ภาคเศรษฐกิจ และประชาชน ต้องใช้เวลานะครับให้ประเทศเหล่านั้นได้เข้าใจ ได้ศึกษาความเข้าใจบริบทของสังคมไทย ปัญหาของเราให้เห็นการปฏิบัติงาน และผลงานของ คสช.อย่างแท้จริง

ในด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา เราเน้นเรื่องความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐบาล หรือ คตร. โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบหารือกำหนดนโยบายต่างๆ ให้เกิดความโปร่งใส และคุ้มค่ามีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง คือเราจะต้องใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดนะครับ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนโดยรวม ไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเช่นที่ผ่านมา โครงการใดที่เราตรวจสอบแล้ว พิจารณาว่าไม่เหมาะสม เราคงต้องหยุดดำเนินการ ขั้นต้นนั้นเราจะตรวจสอบโครงการรายจ่ายวงเงินเกิน 1 พันล้านบาท และพิจารณาถึงงานต่างๆ ที่มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อไป หรือไม่อย่างไร ในการตรวจสอบนั้น จะตรวจสอบทั้งโครงการที่ยังไม่ดำเนินการ และโครงการได้อนุมัติดำเนินการไปแล้วด้วย เพื่อให้คลายความวิตกกังวล ความสงสัยของประชาชนอย่างเช่นที่ผ่านมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ จะต้องมีการระมัดระวังเตรียมการป้องกันในการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะกล่าวว่าใครทุจริต หรือคอร์รัปชันมันต้องมีการพิสูจน์ยืนยัน มีหลักฐานให้ชัดเจน โดยหน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะต้องยืนยัน และหากเราเร่งอนุมัติจำหน่าย หรือสั่งจ่ายไปในวันนี้ โดยไม่ได้ทำการตรวจสอบ มันอาจจะเกิดการทุจริต ในขั้นตอนการจัดทำความต้องการ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจากผลกระทบที่มีต่อรัฐจะมีมากมายนะครับ คณะกรรมการดังกล่าวของเราประกอบไปด้วยภาคส่วนอื่นด้วย อาทิเช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และคณะกรรมการที่เพิ่มเติมโดย คสช.จัดตั้งขึ้น ผมยืนยันว่า เราจะทำให้ดีที่สุดนะครับ

สำหรับการรายงานเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ของ คสช. นั้น เราได้สรุปรวบมาจากทางสำนักงานพัฒนาคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แจ้งว่ามีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยโดยรวม ในเดือนพฤษภาคมปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 60.7 จากเดิม 57.7 ในเดือนเมษายน

ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศของเราเอง วันนี้มีการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคซึ่งมีความกังวลทางการเมือง ความขัดแย้ง มีความกังวลลดลง ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งขึ้น นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และตราสารหนี้มีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมเป็นจำนวน 8 พันล้านบาท และ 9 พันล้านบาทตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนต่างๆ และในแนวทางการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของ คสช. ในภาพรวมเป็นอย่างดีนะครับ

ในภาคการท่องเที่ยวนั้น ปัจจุบันถึงแม้ว่าที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง ผมไม่อยากให้ย้อนกลับไปเมื่อไตรมาสที่แล้ว ปีที่แล้วอะไร วันนี้มันต้องย้อนกลับไปก่อน 22 พฤษภาฯ ว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร ไม่งั้นมันเปรียบเทียบกันไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ตั้งแต่สถานการณ์ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมานั้น จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลงตามลำดับ จากปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว วันนี้ได้ปรับตัวในภาวะที่ดีขึ้น ผมไม่อยากให้ใช้คำว่าปกตินะครับ เนื่องจากมีการผ่อนคลาย มีความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น วันนี้เราได้หารือกับทุกส่วนราชการได้ช่วยกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ช่วยกันเชิญชวนทุกประเทศ ผ่านทุกช่องทาง ไปยังทุกประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้า ประเทศคู่ค้า ประกอบกิจการร่วมกับไทย ได้ช่วยกันชี้แจงเชิญชวนให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น โดยเรามีข้อสังเกตว่า หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวได้มีมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งคงจะสรุปให้ทราบต่อไป

การจ่ายเงินเยียวยาให้กับชาวนา วันนี้ก็ก้าวหน้าไปมาก จ่ายเงินไปจำนวนทั้งสิ้น 6 แสนกว่ารายนะครับ จำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณเกือบ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 79 เพราะฉะนั้นคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จให้ทัน ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2557 ตามที่กำหนดไว้เดิม สำหรับการกำหนดแนวทางการช่วยเหลือในฤดูกาลหน้า เราได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย และบริหารจัดการข้าวจะเร่งรัดทำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งขณะนี้ คสช. ได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรทราบมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในรายละเอียดของมาตรการต่างๆ นั้น วันนี้กำลังอยู่ในขั้นการพิจารณา เพื่อตกลงใจและสั่งการนะครับ ซึ่งคงจะต้องครอบคลุมไปถึงผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ ด้วย

ในเรื่องของแนวทางการบริหารจัดการน้ำของประเทศเรานั้น เรามีปัญหาเรื่องน้ำมาโดยตลอด วันนี้ก็ได้มีการประชุมทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดการบริหารน้ำ ก็คงไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ เป็นเรื่องของการเอาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย แผนที่ 11 มาดูว่า โดยเฉพาะในเรื่องน้ำมีการดำเนินการมาอย่างไร และพิจารณาแล้วว่ามีปัญหาในเรื่องความเป็นเอกภาพ การบูรณาการ แผนงานงบประมาณของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำ ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรก็กำลังทำอยู่นะครับ

เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าเราทำได้อย่างนี้ในระยะแรกคือปี 2557 นี้ เริ่มต้นได้ก่อน มันก็จะบูรณาการไปยังแผนใหญ่ในอนาคตได้ อันนี้ผมเรียนว่าคงไม่ใช่เรื่องน้ำอย่างเดียวนะครับ เพราะแผนที่ 11 กำหนดไว้หลายด้านเช่นกัน

ถ้าเราสามารถเริ่มต้นได้ในปี 2557 นั้น ต่อไปเราก็จะดำเนินการให้เป็นทั้งแผนงานเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่มีความเดือดร้อนของประชาชน และต่อมาในระยะกลาง ระยะยาว คือต้องตอบคำถามได้ว่า 10 ปี เราจะแก้ปัญหาน้ำกันอย่างไร ทุก 5 ปี มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะย้อนกลับมาว่า แต่ละปีเราจะทำอย่างไร เราจะใช้งบประมาณตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณงบรายจ่ายประจำปี หรืองบลงทุนร่วม ภาครัฐภาคเอกชน หรือจะใช้งบประมาณจากที่ใดก็ตาม มันต้องมีการขับเคลื่อนเริ่มต้นจากวันนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาแผนที่ 11 ให้ได้โดยเร็ว การบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพของประชาชน อันนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกนะครับ

วันนี้ได้เชิญผู้ประกอบการโดยกระทรวงพาณิชย์ให้เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นพื้นฐานในการบริโภคจำนวนประมาณ 205 รายการ มาร่วมประชุม ทั้งนี้ ต้องขอบคุณผู้ประกอบการทั้งหมดให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยยืนยันว่าจะยังคงราคาสินค้าไว้ที่จำเป็นดังกล่าวที่ราคาเดิมต่อไปอีก 6 เดือน ข้างหน้า ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ

ทุกส่วนช่วยกันแก้ปัญหาการผูกขาด การเอาเปรียบนายทุน การลดต้นทุนภาคขนส่ง และการส่งเสริมการตลาด จะต้องช่วยกันในทุกๆ ด้าน นอกจากนั้น ยังมีนโยบายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือใครก็ตามที่อยากจะช่วยเรา ที่มีขีดความสามารถในการบรรเทาความเดือดร้อน ปัญหาค่าครองชีพ ได้จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชน อาทิเช่น วันนี้ได้ให้กองทัพบก และทุกเหล่าทัพ และทุกหน่วยงาน ที่มีขีดความสามารถ จากการจำหน่ายสินค้าราคาถูก โดยจากสู่ผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการดูแลเกษตรกรผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยสั่งการให้กระทรวงเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ จัดทำแผนงานเรื่องมาตรการในการเพิ่มมูลค่า ผลผลิตทางการเกษตร ผลไม้ ให้มีราคาสูง เพื่อเกษตรกร ประชาชนจะได้ผลประโยชน์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

ในเรื่องของโรงเรียนก็ต้องเน้นย้ำให้มีคุณภาพ มีความโปร่งใส เพื่อให้นักเรียนทั้งประเทศเราได้รับประทานได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งการแก้ปัญหาให้กับสหกรณ์โคนมอย่างยั่งยืนในอนาคตด้วย

ในเรื่องของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ผมเรียนไปแล้วว่ามีปัญหามากมาย มีแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนประมาณ 900,000 คน ที่ยังไม่ได้อยู่ในการควบคุมอย่างชัดเจน เราได้กำหนดไปแล้ว โดยให้หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คือท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้รับผิดชอบในการเชิญหน่วยนงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการในรูปแบบของคณะกรรมการ บริหารในภาพรวม เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ดำเนินการให้เร็วที่สุด ในส่วนของแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ขออนุญาต ตัวเลขประมาณ 90,000 ราย ไม่ใช่ 900,000 เดี๋ยวจะตกใจกัน

สิ่งที่เป็นปัญหาทางนี้ก็คือการควบคุมแรงงานทั้งเช้าไปเย็นกลับ ตามฤดูกาลและในส่วนของรายปี ปัญหาก็คือการรอพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งเราจำเป็นจะต้องตั้งศุนย์พิสูจน์สัญชาติของเราให้ได้โดยเร็ว ตั้งข้างเดียวคงไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ว่าต้นทางมาอย่างไร ปลายทางจะส่งกลับไปอย่างไร มีการจัดศูนย์การส่งแรงงานกันหรือเปล่า อันนี้ต้องคุยกันใช้เวลาพอสมควร ผมคิดว่าจะเร่งให้เสร็จโดยเร็วภายในระยะเวลา 1 ปี ในเรื่องของการกำหนดแนวทางพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าที่เรามุ่งเน้นไม่ใช่เฉพาะช่องทางเข้า-ออกเท่านั้น เราเน้นไปสู่ชนบทด้วย เพราะเราได้เคยเสนอมาทุกรัฐบาลแล้ว ในเรื่องของการทำยังไงจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ตอนใน ไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย อาชญากรรม ยาเสพติดต่างๆ อะไรก็แล้วแต่

เพราะฉะนั้นถ้าเรากันคนเหล่านี้ได้ตามแนวชายแดน ให้เขาสามารถที่จะมีรายได้ของเขาเช้ามาเย็นกลับได้จากเพื่อนบ้าน คนของเรามีงานทำเพื่อให้คนในครอบครัวมีรายจ่ายประจำวันได้ ผมว่ามันจะลดปัญหาไปได้เยอะ โดยประการสำคัญในเรื่องของการสวมสิทธิ์ผลิตผลทางการเกษตรที่คุณภาพอาจต่ำกว่าเรา ซึ่งเป็นปัญหามาโดยตลอด ถ้าเราสามารถทำได้แนวคิดนะครับ เป็นแนวพิจารณาในครั้งนี้ ซึ่งมอบไปแล้วว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้าเราจะสร้างระบบสหกรณ์ของภาคประชาชนให้เข้มแข็งตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมมติว่าเข้มแข็งได้ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเหล่านั้นก็จะมีการซื้อขาย โดยมีข้อยกเว้นด้วยภาษี ด้วยกฎหมายบางประการ คำว่าเศรษฐกิจพิเศษของผม คือว่า ถ้าทุกคนยังถือกฎหมายคนละฉบับมันทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น และของเหล่านี้มันก็รั่วไหล มันก็เป็นบ่อเกิดของการทุจริต ผิดกฎหมายอะไรสารพัด ถ้าเราทำให้มันถูกต้อง มีการยกเว้นได้บ้าง อันนี้เป็นเพียงการพิจารณานะครับ ถ้าเป็นไปได้มันก็บรรเทาการลักลอบเข้ามาสวมสิทธิในประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป และการที่เอาเข้ามาตรงนี้ไม่ใช่เข้ามาแล้วมาขายในประเทศเราคงไม่ใช่ ก็เข้ามารวบรวมไว้มีการบริหารจัดการโดยท้องถิ่นโดยอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ แล้วเราก็ปรับปรุงคุณภาพให้มันดีขึ้นจากคุณภาพต่ำก็ให้มันดีขึ้นๆ เราก็ไม่ขายในประเทสศ เราอาจไปส่งขายในประเทศอื่นๆ มันก็จะทำให้การสวมสิทธิ์ของเราลดลงโดยอัตโนมัตินะครับ

ปัญหาโครงสร้างพลังงานอยากจะเรียนชี้แจงว่า บางครั้งจากคำถามของพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจว่า ท่านก็เดือดร้อน ท่านมีความเป็นห่วงในเรื่องของความโปร่งใสผลประโยชน์ของชาติอะไรก็แล้วแต่ วันนี้ผมคิดว่าข้อมูลไม่ค่อยตรงกัน มันอาจจะเป็นคำอธิบายที่ยากเกินไป วันนี้ผมได้กำหนดแนวทางไปแล้วว่า ทุกคนจะต้องสื่อสารให้ถึงประชาชนโดยรวมให้ได้ โดยการใช้ภาษาที่ไม่ใช้ภาษาราชการมากนัก เอาคำถามของประชาชนที่สงสัยมาเป็นโจทย์ และให้ข้าราชการทุกส่วนทุกภาคต้องตอบเป็นภาษาง่ายๆ คือ ไม่ใช่ภาษาราชการโดยฟังไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นประชาชนขาดการติดต่อสื่อสารที่ดี ข้อมูลก็ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนกระบวนความ มันเลยเกิดเรื่องความขัดแย้งมาโดยตลอด

สำหรับการพิจารณาด้านพลังงาน คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องราคาอะไรทั้งนั้น คงจะต้องไปคิดต่อว่า เราจะสามารถจัดหาพลังงานให้เพียงพออย่างไร ต่อความสัมพันธ์ที่ใช้เพิ่มเติมในอนาคต พลังงานสำรอง การจัดหาพลังงานภายในประเทศ อาทิเช่น การบริหารราชการพลังงานของเราในขณะนี้ เราต้องมองว่า วันนี้เรายังไม่ก้าวไปถึงสู่การ เช่น เรื่องน้ำมัน คงไม่ใช่เรื่องของการเจาะ และนำมาผลิตเองทั้งหมด ซึ่งถ้าแบบนั้นเราสามารถจะกำหนดราคาได้เองบ้างทำนองนั้น แต่วันนี้เราได้ประโยชน์จากพลังงานแหล่งพลังงานในประเทศ ผมคิดว่ามันมาจาก 2 อย่างด้วยกันคือค่าสัมปทาน อันที่ 2 คือค่าภาษีต่างๆ ตามขั้นตอนการผลิตอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่

โดยสรุปแล้วมันเหมือนกับเรา เป็นการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด ทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมัน อันนี้ต้องเข้าใจกันตรงนี้ก่อน แต่ถ้ามันไม่ใช่เดี๋ยวคณะกรรมการเขาจะพิจารณาขึ้นมาอีกที ผมอยากกราบเรียนขั้นต้นในขณะนี้ก่อนว่า เรายังไม่มีความสามารถที่จะเป็นประเทศที่ผลิตเอง ส่งออกแล้วใช้ในประเทศอย่างครบถ้วน อย่างที่หลายๆ ฝ่ายอาจจะคิดกันนะครับ มันเป็นเรื่องของรายได้ที่กลับมาบางส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของรัฐวิสาหกิจ ส่วนหนึ่งเป็นส่วนของภาคธุรกิจ บริษัทมหาชน มันต้องแยกกันให้ออกว่า กำไรที่มาทั้งหมดที่ว่าเป็นจำนวนมากๆ มาอย่างไรนะครับ ซึ่งผมคิดว่าผมมีแนวคิดอยู่พอสมควรได้มอบหมายไปแล้ว ทำอย่างไรประชาชนจะเข้าใจ ซึ่งผมคิดว่าคงต้องขอความร่วมมือจาก ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีทั้งสองอย่างในการทำงานทั้งในการเป็นรัฐวิสาหกิจ และในการเป็นบริษัทมหาชนด้วยนะครับ

ในเรื่องของพลังงานทดแทน ผมคิดว่าวันนี้เราคงมุ่งหวังจะใช้จากแก๊ส จากไฟฟ้า จากน้ำมันอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เราต้องสร้างเสริมพลังงานทดแทน และใช้ผลผลิตภายในประเทศ เพื่อลดภาระการนำเข้าของพลังงานเดิม รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรปิโตรเลียมที่มีอยู่จำกัดนะครับ ผมเรียนว่า ข้อมูลที่ผมได้มาในวันนี้นั้น เราไม่ได้มีมากมายเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นมันต้องอยู่ที่เราจะวางแผนการใช้อย่างไร เพื่อให้มีพลังงานสำรองในอนาคตไว้ด้วย ถ้าเราขุดเจาะมาและเอามาใช้ทั้งหมดมันก็หมดเร็วนะครับ วันหน้าเราจะไม่มีพลังงานเหลืออยู่เป็นพลังงานสำรอง

เพราะฉะนั้นเราต้องใช้พลังงานทดแทนในทุกๆ ด้านอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ต้องแก้ไขนะครับ ต้องเร่งดำเนินการ ราคาต่างๆ นั้น เรื่องพลังงานนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จะต้องไปพิจารณาโดยรวมทั้งระบบนะครับ ต้นทุนมาจากไหน การกำหนดราคา กำหนดมาได้อย่างไร จากผู้ผลิต ผู้บริโภคสอดคล้องการตลาดในประเทศ นอกประเทศ มีเหตุผลไหมที่จะตอบคำถามได้

ทั้งนี้ เราต้องการไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน และไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างรายได้ของประเทศด้วย เพราะว่ามีผบกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มันจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง มันมีการยึดโยงมากมาย ในเรื่องกองทุนน้ำมันเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ วันนี้เรามีข้อมูลมากพอสมควรในเรื่องนี้ก็คือ มันเป็นการจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2516 นะครับ และได้แก้ปัญหาด้านพลังงาน โดยไม่มีน้ำมันจากก๊าซมาโดยตลอด วันนี้เลยต้องศึกษา และสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า แล้วถ้าลดตรงนี้ตรงนั้นมันต้องเพิ่มไปตามกลไกท้องตลาดมันจะรับได้ไหม ถ้ารับไม่ได้เราจะทำอย่างไร วันนี้กองทุนน้ำมันติดลบประมาณ 7,400 ล้านนะครับ คือติดลบ

เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เก็บจะได้ไหม ไม่เก็บแล้วทำอย่างไร ต้องหาคำตอบอยู่ ตอนนี้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน และกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นมาเร็วๆ นี้ จะไปแก้ไขนะครับ รวมความไปถึงคณะกรรมการลงทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพราะฉะนั้นเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มันไม่ใช่ว่า สั่งปุ๊บได้ปั๊บ เหมือนเปิดไฟปิดไฟไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็ไฟดับทั้งหมดทั้งประเทศ

เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาข้อมูลกำกับการดำเนินงานทั้งหมด ให้เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลผู้ที่มีรายได้น้อยเป็นหลักนะครับ วันนี้เราต้องฟังเสียงข้างน้อยบ้าง ที่ผ่านมาบางครั้งบางทีก็การสื่อสารไม่เข้าใจกัน การสื่อสารต้องมีทั้งสองทางนะครับ จากบนลงล่าง ล่างขึ้นบน และฟังเสียงข้างๆ ไปด้วย ไม่อย่างนั้นปัญหาแก้ปัญหาอย่างนี้อีก ยังเกิดปัญหาต่อไปในอนาคต

ในส่วนของการขับเคลื่อนอื่นๆ นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานนั้น เราต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้วย วันนี้ถ้าเราพึ่งพาอาศัยจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเดียว พอมีปัญหาเรื่องการส่งก๊าซ ส่งไฟฟ้าอะไรต่างๆ ซึ่งใช่ครับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนการค้าอะไรต่างๆ มันจำเป็น พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แต่ต้องคำนึงถึงว่า เรา ประเทศเราต้องการพลังงานเท่าไร ที่ให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง วันนี้เราต้องเตรียมการเหล่านี้นะครับ ไม่ใช่ว่าต้องพึ่งทั้งหมด พึ่งทั้งหมดไม่ได้เราก็ต้องทำเอง ทำเองถ้าเราใช้พลังงานจากใต้ดินมันไม่พอ เราก็ต้องส่งเสริมการสร้างความแข็งแกร่งในการใช้พลังงานทดแทนให้ได้โดยเร็ว

ในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน วันนี้ คสช.ได้ออกประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่เรียกว่าบีโอไอไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ไปรวบรวมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะกรรมการเพิ่มเติมด้วย เดิมมันจะมีหลายส่วนด้วยกันนะครับ วันนี้พยายามจะเพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วันนี้ก็จัดท่านนายกฯ เข้าไปร่วมด้วยนะครับ นายกสมาคมเข้าไปร่วมด้วย สำหรับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่จะรีบประชุมโดยเร็ว มีโครงการต่างๆ ที่ขอรับการส่งเสริมจำนวน ขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้าน ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนประมาณ 400 กว่าโครงการ วงเงินลงทุนประมาณ 7.6 แสนล้าน ให้แล้วเสร็จประมาณ 2 เดือน เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็ว มีความเชื่อมั่น มีความไว้วางใจกับนักลงทุน มันจะมีผลโดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนั้นแล้วคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะพิจารณาถึงยุทธศาสตร์ในอนาคต ซึ่งผมเองได้มอบนโยบายไปแล้วว่าจะต้องมุ่งเน้นอุตสาหกรรม ทั้งที่ใช้เทคโนโลยีสูง ควบคู่ไปกับในเรื่องของกิจการที่ใช้แรงงานด้วย เพราะว่าเราจะต้องสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนระดับรายได้น้อยด้วย เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเราจะมุ่งเน้นในเรื่องของการใช้แรงงานเป็นหลัก วันนี้เราจะต้องส่งเสริมในเรื่องของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง และต้องการให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทยได้อย่างแท้จริง เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มในการใช้วัตถุดิบในประเทศให้ได้มากที่สุด มีการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น เอทานอล ไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

นอกนั้นต้องเป็นอุตสาหกรรมที่สะอาดไม่เพิ่มมลภาวะ และเพิ่มมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อจะให้ประเทศเรานั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ เราจะได้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ผู้ประกอบการได้ที่ได้รับอนุญาตในการจัดตั้งโรงงานไปแล้ว เช่น โรงงานที่รออนุมัติอยู่แล้ว เราก็จะพิจารณาให้จัดตั้งให้ได้และเรียบร้อยเสร็จโดยเร็ว ตามข้อพิจารณาที่เรากำหนดเพิ่มเติ่มไป ถ้าอยู่ในกฎเกณฑ์ที่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นท่านก็จะได้รับลำดับความเร่งด่วนก่อน โดยเร็วในระยะแรกก่อน สิ่งที่ยังเป็นปัญหาวันนี้เราต้องมาดูกันว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ฉะนั้นวันนี้เราก็ต้องมาดูว่าถ้าเราอนุมัติไปแล้วภายใน 1 ปี ยังไม่ได้มีการสร้าง ไม่มีการเริ่มต้นก็อาจพิจารณายกเลิกใบอนุญาตที่อนุมัติไปแล้ว ที่เรากำลังจะทำต่อไป แล้วก็ห้ามเปลี่ยนใบสิทธิ์ใบอนุญาตภายในระยะเวลา 2 ปี โดยประมาณที่คิดๆ ไว้แล้ว เพื่อป้องกันการทุจริตโดยการนำใบอนุญาตดังกล่าวไปขายต่อ

การดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ คสช. ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ที่ผ่านมาได้ชะลอการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้มภาคครัวเรือนไว้ที่ราคาเดิมจากเดิมต้องปรับขึ้น ก่อนหน้านั้นมีคำสั่งมาแล้วว่าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา จะต้องปรับขึ้นวันนี้เราพยายามที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบ มีการชะลอ มีการพิจารณามาตรการอื่นๆ คงต้องรอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในภาพรวมให้ได้โดยเร็ว การพิจารณาการมีประสิทธิภาพความโปร่งใสของบอร์ดรัฐวิสาหกิจจะต้องเอาหลักเกณฑ์ของทั้งภาครัฐ และเอกชนมาเข้าเป็นตัวกำหนดด้วย นอกจากกฎหมาย พ.ร.บ.ต่างๆ แล้ว หรือโดยผู้ถือหุ้นแล้วมันก็ต้องกำหนดกติกาขึ้นมาชัดเจนขึ้น ปัจจุบันนั้นอยากเรียนว่า คงไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาจะใช้อำนาจโดยไม่มาการควบคุม ผมคิดว่ามันเป็นการควบคุมโดยกฎกติกาของตลาดหลักทรัพย์ด้วย และมีการควบคุมอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันเป็นปัญหาซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจก็คงต้องหามาตรการอื่นเพิ่มเติม ก็ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ มีคุณภาพ มีคุณธรรมและธรรมมาภิบาลเข้ามาเป็นกรรมการ ลดสิทธิผลประโยชน์ตอบแทนที่เกินความจำเป็นให้เหมาะสม ทั้งหมดนี้มันเกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อบังคับอีกเป็นจำนวนมาก และประเด็นสำคัญคือบางท่านอาจมองว่า ทำไมมีข้าราชการเยอะอยู่ตามบอร์ดต่างๆ มันเป็นกฎหมายว่า ถ้าเป็นบอร์ดใดที่เป็นรัฐวิสาหกิจมันต้องเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เนื่องจากรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

เพราะฉะนั้นอาจต้องมีปลัดกระทรวง รองปลัดต่างๆ ไปดูแลตามความรับผิดชอบของแต่ละกระทรวง แต่ละงานรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบ อันนั้นมันเป็นกฎหมายเราถือหุ้นรายใหญ่ ในส่วนอื่นๆ จะต้องจัดการให้ได้โดยเร็วว่าใครที่มีความรู้ มีคุณภาพ มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมก็ว่าไป ไม่ใช่จะตั้งใครปลดใครมันไม่ได้ทั้งนั้นในขณะนี้ เพราะว่ามันมีกฎหมายคุ้มครองกันอยู่ เราก็พยายามแก้ปัญหานี้ให้ได้ก็พยายามทำความเข้าใจกับบอร์ดทุกบอร์ดอยู่ในขณะนี้ เราจะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 ซึ่งมันจะต้องจบสิ้นในเดือนกันยายน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเร่งรัดเบิกจ่ายให้ได้ 95 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการตรวจสอบ รายจ่ายทั้งหมดของปี 57 ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท จากเดิมนั้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ อะไรก็แล้วแต่ทำให้งบประมาณทั้งหมดเราเบิกจ่ายไปเพียง 62 เปอร์เซ็นต์

เพราะฉะนั้นมันยังไม่ได้ เราตั้งเป้าไว้ว่า 15 เปอร์เซ็นต์ วันนี้เพื่อจะให้เม็ดเงินต่างๆ ไปถึงมือประชาชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบทุกอย่าง โดยคณะกรรมการ คตร. โครงการไหนไม่ผ่าน ไม่มีประโยชน์ ประชาชนรู้สึกไม่ไว้วางใจก็ต้องระงับไว้ก่อน ความซ้ำซ้อนจะต้องปรับแผนงาน งบปี 57 มันเหลืออีกจำนวนมากพอสมควร เราก็ไม่อยากจะไปหยุดงานต่างๆ ที่จะต้องดำเนินให้ได้ในปีนี้ เพราะฉะนั้นเราก็จะมาปรับดูว่ามันถูกต้อง มันผ่านกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ หรือยัง ถ้าเราทำได้เราก็จะให้ทำในแผนงานของแต่ละกระทรวงทบวงซึ่งเขาเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ผมไม่สามารถไปหักคอมาได้ แต่จะให้ทำโดยผ่านการตรวจสอบ แล้วให้มันบูรณาการกันตั้งแต่งบรายจ่ายประจำปีอย่าที่ผมเรียนข้างต้นไปแล้ว อันนี้ต้องขอยกเว้นรายการการโอนงบประมาณที่เหลืออยู่ที่ยังไม่มีแผนงานโครงการที่ชัดเจนซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ตอนนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ ก็ขอกันว่าอย่าไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหล่านั้น ไปเป็นในลักษณะการโอนงบประมาณไปเดินทางต่างประเทศ ดูงาน จัดซื้อยานพาหนะ หรืออะไรต่างๆ ก็ตามที่เป็นไปในส่วนของข้าราชการ ผมอยากให้ช่วงนี้เป็นการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุด อะไรที่มันไม่ควรจ่ายก็ไม่ควรจ่าย อะไรที่ไม่ควรใช้ก็อย่าไปใช้เราเป็นข้าราชการ เราต้องคิดถึงประชาชนไว้ก่อนนะครับ

เรื่องโรงงานยาสูบซึ่งแผนเดิมจะย้ายที่ตั้งไปแห่งใหม่ในปี 2558 ยังคงให้เดินหน้าต่อไปตามแผนงานเดิม เรามีนโยบายไว้ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะ เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และเป็นปอดของกรุงเทพฯ ของคนกรุงเทพฯ ให้ต่อเนื่องจากระยะที่หนึ่ง หากจะทำประโยชน์จากที่ดินตรงนั้นก็คงเป็นเรื่องของการจัดทำที่จอดรถข้างใต้อะไรก็แล้วแต่เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาดำเนินการแล้วก็ให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน แต่ข้างบนเราเป็นสวนสาธารณะแน่นอน ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าดีใจของคนกรุงเทพฯ นะครับ

ส่วนการเร่งรัดโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และตรวจสอบความโปร่งใสแล้ว อาทิ เช่น รถไฟรางคู่บางสาย รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายบางสายจะต้องสามารถเริ่มดำเนินการได้ก่อนสิ้นปี 2557 เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกเราผมเองก็อยากได้อยากมีเหมือนกัน โดยเฉพาะรถไฟรางคู่เรามีรางเดี่ยวมานาน รางเดี่ยวคือวิ่งสวนกันเอาง่ายๆ รางคู่คือไม่ต้องไปจอดรอกันนะครับคือคู่ขนานกันไป คนยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารางเดี่ยวรางคู่ต่างกันอย่างไร วันนี้ก็ต้องเข้าใจด้วยกัน และเร่งด่วนเฉพาะที่จำเป็นก่อน

การปรับย้ายข้าราชการเป็นเรื่องที่ต้องเรียนให้ทราบว่า จะทำเท่าที่จำเป็นอันนี้เป็นวาระพิเศษ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดบรรยากาศภายในองค์กรของท่านให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานการแก้ปัญหาเร่งด่วนการปรับย้ายตามวาระที่จะกระทำในเดือนตุลาคม และเมษายนก็ได้เป็นการพิจารณาต่อไปโดยรัฐบาลที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ในช่วงต่อไป

การชมภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 อันนี้ประชาชนถามมามากนะครับ ดูที่ไหนโรงไหน ผมก็ตอบลำบากเหมือนกันนะ ก็เขาบอกว่าทุกโรงใช่ไหม 160 กว่าโรง ทั่วประเทศก็ไปหาดูกันนะว่าที่ไหน ผมตอบไม่ไหว

ในเรื่องของระบบการศึกษาที่ทุกคนเป็นห่วงนั้นเราก็จะปรับปรุงระบบมุ่งส่งเสริมเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ความมีวินัย คุณธรรม ศีลธรรม มีคำแนะนำมามากมาย ทำอยู่แล้ว ใจเย็นๆ ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศรู้จักหน้าที่ของตนรู้จักทั้งสิทธิและหน้าที่ การบริหารจัดการศึกษามุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคล ก็ให้ฝ่ายการศึกษาไปทำอยู่ทั้ง ครู นักเรียน และใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลางมากกว่าการพัฒนาทางด้านวัตถุ หรืออะไรต่างที่มันเป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณมากวันนี้เราต้องดูเด็กก่อนว่าคุณภาพเป็นอย่างไร ต้องมุ่งหวังคุณภาพมากกว่าปริมาณ การผลิตบุคคลในสายวิชาชีพ เพื่อเป็นแรงงานที่มีคุณภาพเป็นแรงงานฝีมือของประเทศจบมาต้องมีงานทำ ก็ให้ไปดูเรื่องการศึกษาของช่างกล ช่างฝีมือต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้จบมาและมีงานทำ วันนี้มีปัญหาเรื่องการส่งคืนเงินกู้ กยศ.ก็กำลังให้ทบทวนกันอยู่ว่า ควรทำอย่างไรที่กู้ไปแล้วไม่ส่งคืน และที่จะกู้ใหม่จะทำไง เงินตรงนี้มันไม่กลับมาก็กู้ใหม่ไม่ได้ก็พิจารณาอยู่เหมือนกัน ก็ใจเย็นนิดหนึ่ง ถ้าเราไม่ปรับระบบการศึกษาตามความต้องการของตลาดมันก็ไม่มีงานทำอีกไม่มีรายได้อีก มันก็ผ่อนชำระเงินกู้ไม่ได้อีก มันต้องดูให้ครบระบบนะครับ

ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาเร่งดำเนินการแล้วต้องให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วยกตัวอย่างหลายๆ ประเทศ ก็อย่างเช่น เราก็มีโรงเรียน วิทยาลัยเทคนิคไทย-เยอรมัน อันนั้นก็เอาแนวทางของเยอรมันมาเป็นแบบอย่างในการสอนในการให้ความรู้ต่างๆ และประเทศเขาก็เข้มแข็ง แรงงานมีคุณภาพการศึกษานั้นผมอยากให้มีในสายวิชาชีพมากขึ้นกว่านี้ แรงงานเราต้องมีการพัฒนา ถ้าเราลงทุนมากๆ จากภายในภายนอกประเทศก็แล้วแต่ คนของเราจะได้ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ ไปทำงานต่างประเทศมากมาย พลังงานปฏิรูปโครงสร้างทั้งหมด ปรับปรุงคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจให้เกิดประสิทธิภาพ ผมได้เรียนไปขั้นต้นแล้ว การต่างประเทศนั้น วันนี้เราเร่งดำเนินความสัมพันธ์ทางต่างประเทศให้ต่อเนื่องแล้วเข้มข้นมากยิ่งขึ้น สร้างบรรยากาศ เราคบกับมิตรประเทศ มันต้องมีความไว้วางใจต่อกัน ไม่หวาดระแวงต่อกัน และมีความเท่าเทียมกันเป็นธรรม ผลประโยชน์ร่วมกันอย่างทั่วถึง ให้ความร่วมมือ ผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งทวิภาคี พหุภาคี ในภูมิภาค อาเซียน และการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนเออีซีในระดับโลก

ในเรื่องของการปรับปรุงระบบงานราชการ แก้ปัญหาการคอร์รัปชันทั้งระบบนั้น ที่เป็นโครงสร้างใหญ่ๆ และที่พูดไว้เดิมมีประมาณ 8-9 เรื่องที่ต้องปฏิรูปกัน ผมกราบเรียนว่า ระยะที่ 1 เราไม่ได้เอาอะไรมาเป็นข้อสรุป เป็นแต่เพียงว่าเอาข้อสรุปที่เอาไปให้เขาอ่านเขาดูกัน แล้วค่อยไปคุยกัน เพื่อจะได้ไปดูระยะที่ 2 หลังจากมีรัฐบาลแล้ว ก็คือเดือนอะไร จำได้ไหม ผมบอกไปเมื่อสักครู่นี้ กันยาฯ ใช่ไหม คงจะปฏิรูปกันตั้งแต่ตุลาฯ เป็นต้นไป ถ้าสามารถดำเนินขั้นตอนต่างๆได้ การจัดตั้งการดำเนินการกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทำวันนี้ พรุ่งนี้ได้ ไม่ใช่ ก็ตามระยะเวลาที่บอกไว้ เพื่อการปฏิรูป

ฉะนั้นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขมีมากมาย เราก็ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้นะครับในการใช้ คสช.ในการแก้ปัญหาให้ท่าน อะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อรัฐ และประชาชน ต้องแก้ไขโดยทันที เช่น การตรวจสอบแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน เอกชน องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือบริษัททีโอที อันนี้ต้องหาจุดที่พบกัน ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความสงสัย หวาดระแวงของประชาชน หรือสังคมทั่วไปในอนาคต ผมยกตัวอย่างเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ว่าท่านเสียหายอะไร ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างว่า อาทิเช่นหน่วยงานเหล่านี้ จะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา

การทุจริตเชิงนโยบาย วันนี้ คสช.ยืนยันว่าไม่ต้องการผลประโยชน์เลยแม้แต่บาทเดียว ฉะนั้นใครจะไปอ้าง ท่านไปตรวจสอบมา ถามมาได้ตลอดเวลา การจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินความเป็นจริง มีแนวโน้มส่อไปในทางทุจริต จะต้องได้รับการตรวจสอบ อย่าไปเชื่อเขา ฉะนั้นผมได้ให้นโยบายไปแล้ว เพราะว่า ถ้าเราสามารถกำจัดปัญหาการทุจริตได้ เราสามารถจะลดการใช้จ่ายงบประมาณไปได้อย่างน้อยก็น่าจะ 10-30% นะ ถ้าลดได้นะ บางอย่างก็ลดไม่ได้ อย่ามองว่ามันทุจริตทั้งหมด บางอย่างก็ราคาก็เป็นธรรม บางอย่างมันอาจจะมีจุดรั่วไหลนิดหน่อย ก็ไปคิดกัน ถ้าเรามองทุกคนด้วยความไม่ไว้วางใจทั้งหมด ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด มันก็ติดขัดไปทั้งหมด ท่านต้องเข้าใจ ถ้าสงสัยก็หาข้อมูลมา ลดได้ก็ลด ถ้าลดไม่ได้มีเหตุผลมาไหม ว่าทำไมถึงราคานี้ ก็ว่ากันมา

วันนี้ก็ใช้เวลามามากพอสมควร ทำไมผมต้องพูดเยอะ ต้องอธิบายเยอะ เพราะที่ผ่านมานั้น ท่านไม่ได้รับข้อมูลจากส่วนราชการมากนัก แล้วภาษาที่พูดกับท่านก็เป็นภาษาราชการ ผมคิดว่าท่านเข้าใจยาก วันนี้ผมได้สั่งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนต้องไปหาคำพูดให้ประชาชนเข้าใจ ไปเอาคำถามของประชาชนมาแล้วตอบให้ตรงคำถาม ผมเตือนมาหลายครั้งแล้ว ไม่งั้นก็ไม่เข้าใจกันอยู่แบบนี้ ผมเองก็ฟังทีผมก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจกันได้ง่ายๆ วันนี้เราถูกกดดันมากพอสมควร ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ด้วยปัญหาที่ถูกสะสมมาอย่างยาวนาน ด้วยเวลาที่จำกัด และความคาดหวัง ความไว้วางใจของประชาชน พ่อแม่พี่น้อง คนไทยทั้งหลาย ฉะนั้นเราก็พยายามทำอะไรไม่ผลีผลาม เร่งด่วนจนเกิดผลกระทบระยะยาว ไปสร้างปัญหาให้กับอนาคต ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกิดความร่วมมือตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ด้วยหลักการมีเหตุมีผลพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน ประกอบด้วยคุณธรรมควบคู่กันไป ขอบคุณอีกครั้ง และหวังว่าทุกคนคงให้กำลังใจกับเราเหมือนเดิม และอยากจะขอให้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นเราคงมีกำลังใจน้อยลงๆ เรื่อยๆ ในการทำงาน เพราะว่าถูกกดดันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วันนี้ก็ประมาณเท่าไร 20 กว่าวันใช่ไหม ยังไม่ครบเดือนใช่ไหมครับ ตั้งแต่วันที่ 22 ถึงวันนี้ เวลาที่ผ่านมาผมว่าเราก็ทำมากพอสมควร แต่ผมไม่อยากจะว่า ที่ขอมาทั้งหมดวันนี้ได้ พรุ่งนี้ได้ มะรืนได้ คำพูดทุกคำพูดมันเป็นนายเราทั้งสิ้น จะพูดอะไรคำพูดมันเป็นนาย ผมพูดอย่างนั้นไม่ได้ เดี๋ยวพูดแล้วทำไม่ได้มันก็ไปเป็นปัญหา อะไรที่ประกาศไปแล้วมีผลกระทบโดยรวม ผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้ แต่เราจะทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด โดยการบูรณาการอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขจากประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ

ขอย้ำอีกครั้งละกัน ถามได้ตลอดนะครับ มีอะไรก็ถามมา แต่ถ้ามันไปแล้วไม่รู้เรื่อง พูดไม่เข้าใจก็ถามมา บางคนไม่รู้จะถามที่ไหนก็ถามที่ คสช. ถามที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บางทีทุกคนจะถามผมคนเดียว ผมก็แหมมันก็ตอบไม่ได้ทุกคนนะ ทุกคำถาม อยากจะตอบทุกคนจริงๆ แล้ววันหนึ่งคำถามมันเป็นร้อยเป็นพันเหมือนกัน ผมก็ตอบลำบาก เพราะฉะนั้นไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโดยตรง ทุกสถานการณ์ถ้าเขาตอบคำถามท่านได้ ก็ไปถามเขาโดยตรง ถ้าทุกคนมุ่งมาที่ คสช.อย่างเดียวมันก็เดินทำงานลำบากนะ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

ผู้เชี่ยวชาญ NASA เตือน เอเชียจะเจอหายนะใหญ่ปีนี้จากการกลับมาของ “เอล นินโญ”

24
เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือน ในปีนี้ ทวีปเอเชียอาจต้องเผชิญการกลับมาของปรากฏการณ์ “เอล นินโญ” ซึ่งจะมีความรุนแรงมากเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เกิด “สภาพอากาศแบบสุดขั้ว” ทั่วเอเชีย ทั้งน้ำท่วมใหญ่และภาวะแล้งจัด

วิลเลียม แพตเซิร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศวิตามิน ประจำสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (นาซา) ออกมาเปิดเผยในวันจันทร์ (16) โดยระบุว่า ข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้จากดาวเทียม “เจสัน-2” ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าได้เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างต่อสภาพอากาศ รวมถึงพื้นผิวของมหาสมุทรแปซิฟิก และการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบนี้ มีความคล้ายคลึงกับช่วงก่อนเกิดปรากฏการณ์เอล นินโญในเอเชียเมื่อปี 1997

แพตเซิร์ต ระบุว่า จากข้อมูลที่นาซามีอยู่ในมือขณะนี้ สรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ในระดับที่สูงยิ่งถึง “70 เปอร์เซ็นต์” ที่ปรากฏการณ์เอล นินโญจะกลับมาเกิดขึ้นในทวีปเอเชียอีกครั้งในปีนี้ และอาจเป็นการกลับมาของเอลวิตามิน นินโญครั้งที่มีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศจากนาซาระบุว่า ขณะนี้อุณหภูมิของผิวน้ำที่วัดได้จากน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณห่างจากชายฝั่งประเทศเปรูไปทางตะวันตกราว 8,000 กิโลเมตรได้เริ่มมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นกว่าปกติ และถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเกิดปรากฏการณ์เอล นินโญที่จะนำมาซึ่งสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างสุดขั้ว และหายนะทางธรรมชาติครั้งใหญ่รวมถึงน้ำท่วม และภาวะแล้งจัด รวมถึง ความเสียหายในระดับที่ “มิอาจประเมินค่าได้”วิตามิน ต่อผลผลิตทางการเกษตรของประเทศต่างๆทั่วเอเชีย

การออกมาเปิดเผยของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การนาซา ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่ 2 แล้ว ที่ออกคำเตือนต่อเอเชียถึงความเป็นไปได้ในการหวนคืนมาของเอล นินโญ หลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งออสเตรเลียได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีความเสี่ยง “ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์” ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอล นินโญในเอเชียปีนี้

อุทธรณ์ยกฟ้อง “อมเรศ” ประธาน ปรส.ไม่ผิดขายสินทรัพย์ 56 แห่ง

23
วันนี้ (17 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีขายสินทรัพย์สถาบันการเงิน 56 แห่ง (ไฟแนนซ์เน่า) คดีดำ อ.3344/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายอมเรศ ศิลาอ่อน อายุ 81 ปี อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่ 1 นายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ อายุ 67 ปี อดีตเลขาธิการ ปรส. และกรรมการ กับเลขานุการ ปรส.ที่ 2 บริษัท เลแมน บาเดอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ จำกัด โดยนายชาร์ล เจสัน รูบิน ผู้รับประโยชน์ที่ 3 บริษัท เลแมน บาเดอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายชาร์ล เจสัน รูบิน ที่ปรึกษา ปรส.ที่ 4 กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้แทงบอล ผู้รับโอนสิทธิจากการประมูลสินทรัพย์ ที่ 5 และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด ที่ 6 เป็นจำเลยที่ 1-6 ตามลำดับ ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 2 มิ.ย. – 1 ต.ค. 2541 จำเลยที่ 1-2 แทงบอลมติให้มีการจำหน่ายสินทรัพย์หลักการเช่าซื้อที่อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 41 และได้ออกข้อกำหนดเพิ่มเติมอีกหลายประการ เอื้อประโยชน์ให้บริษัท เลแมน บาเดอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ จำกัด จำเลยที่ 3 เข้าร่วมประมูล แต่เมื่อถึงวันทำสัญญากลับมีการวางแค่เงินประกัน 10 ล้านบาท โดยยังไม่ได้ชำระเงินงวดแรก จึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้เกิดการยกเว้นภาษีส่งผลให้รัฐเสียหาย

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา 17 กย. 2555 ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-2 มีความผิดตามฟ้อง จึงให้จำคุกนายอมเรศ ประธาน ปรส. และนายวิชรัตน์ เลขาธิการ ปรส. จำเลยที่ 1-2 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี เนื่องจากเคยประกอบคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ ส่วนจำเลยที่ 3-6 พิพากษาให้ยกฟ้อง

ต่อมาจำเลยที่ 1-2 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีว่า ในการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องด้วย

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 และ 2 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า จำเลยที่ 1 และ 2 นำสืบทำนองเดียวกันว่าการปฏิบัติหน้าที่ในการประมูลขายสินทรัพย์ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต มิได้มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งและมิได้ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์จากการเรียกเก็บภาษีแก่บริษัท เลแมน บาเดอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ จำกัดจำเลยที่ 3 เห็นว่า ก่อนการขายสินทรัพย์ของ ปรส.ทุกรายการได้ร่วมมือกับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามนโยบายรัฐ เมื่อจำเลยที่ 3 ชนะการประมูลก็ได้ประสงค์โอนสิทธิการทำสัญญาขายให้กับกองทุนรวม โดยทาง ปรส.ได้หารือไปยังบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย 2 บริษัท ซึ่งได้คำแนะนำเป็นวิธีการที่นิยมใช้กันในทางธุรกิจ โดยให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินงวดแรกแก่ ปรส. และให้จำเลยที่ 3 รับรองว่าจะรับผิดชอบชำระค่าราคาประมูลในส่วนที่เหลือของสัญญาชำระหนี้ที่ไม่อาจเพิกถอนได้ ทางแทงบอล ปรส.จึงทำตามคำแนะนำโดยไม่มีเจตนาช่วยเหลือผู้ใด

วิธีการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ ปรส.เสียหาย หรือไม่ได้รับเงินจำนวน 2,304 ล้านบาท หรือร้อยละ 20 ของราคาประมูล ตามประกาศและข้อสนเทศของ ปรส.แต่อย่างใด เนื่องจาก แทงบอลปรส.ดำเนินการขายทรัพย์สินทั้งหมดโดยปฏิบัติตามคำแนะนำในเรื่องภาษีอากรของกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังก่อนดำเนินการขายสินทรัพย์ทุกรายการแล้ว ด้วยเหตุนี้พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมานั้น จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และ 2 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และ 2 นั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และ 2 นอกจากนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3-6

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอมเรศ อดีตประธาน ปรส.ที่เดินทางมาพร้อมกับบุตรชายได้กล่าวด้วยสียิ้มแย้ม ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ปรส.ดังกล่าวไม่ได้ทำให้เอกชนได้รับความเสียหาย เพราะสินทรัพย์ที่เอามาขายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีราคาแล้ว ยืนยันการจัดประมูลขายครั้งนั้นไม่การกำหนดเทคนิคหรือเลี่ยงการจัดเก็บภาษีที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนตามที่มีการกล่าวหา เมื่อถามว่าคดีนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอมเรศกล่าวว่า ต้องไปถามนักการเมือง ส่วนตนเป็นนักบริหารก็ทำหน้าที่ในการบริหารงาน

“เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างหนึ่งว่าต่อไปคนจะทำอะไรเพื่อประโยชน์ส่วนรวมก็จะไม่เข้าปิ้งอย่างที่พวกเราทำไปแล้วประโยชน์ก็เพื่อส่วนรวม แต่คนที่เสียหายติดตามแก้แค้นเรื่องการเมืองหรือไม่ต้องไปตามนักการเมือง ผมเป็นเพียงนักบริหาร”

ส่วนอัยการจะอุทธรณ์คดีหรือไม่นั้น คงต้องรอดูอีกครั้ง เพราะในชั้นอุทธรณ์นั้นพนักงานอัยการก็ไม่ได้อุทธรณ์คดีแต่เป็นเรื่องที่จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีเองจึงไม่ทราบว่าจะมีปัญหาข้อกฎหมายหรือไม่ในการยื่นฎีกาของอัยการ

ASTV ยื่นหนังสือ คสช.-กสทช. ขอกลับมาออกอากาศตามปกติ

22
วันนี้ (10 มิ.ย.) ที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบก กองบัญชาการกองทัพบก นายประเมนทร์ ภักดิ์วาปี ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้หยุดระงับคำสั่งการหยุดออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี โดยมี พ.อ. อนุชา ชุ่มคำ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าว

โดย นายประเมนทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเข้า sbobet สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี นำเสนอข่าวสารและรายการ โดยไม่ยึดติดกับทางการเมือง ยึดถือความถูกต้องและผลประโยชน์ของชาติมาโดยตลอด รวมถึงการปลูกฝังให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่หลังจาก คสช. มีคำสั่งให้ระงับการออกอากาศ ทางสถานีได้รับผลกระทบต่อพนักงาน รวมถึงเป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน

ด้าน พ.อ.อนุชา กล่าวว่า หากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ทางเข้า sbobetมีการปรับผังรายการและการนำเสนอข่าวสารใหม่ คณะกรรมการที่รับผิดชอบก็จะตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

จากนั้น นายประเมนทร์ เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่ซอยสายลม ย่านสยนามเป้า โดยยื่นหนังสือเพื่อให้ กสทช. พิจารณาการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี โดยมี น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เป็นตัวแทนมารับหนังสือ

โดย น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ทางเข้า sbobetภายหลังรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว จะนำเรื่องนี้เข้าในที่ประชุม กสทช. ก่อนที่จะเสนอไปยัง คสช. ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับ คสช. และคำสั่งฉบับที่ 15 หากแต่ละช่องที่ถูกระงับอันเนื่องมาจากประกาศฉบับดังกล่าว ยอมลดระดับความคิดเห็นทางการเมืองลงได้ ก็สมควรที่จะยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ซึ่งต่อไปอาจมีการเจรจานอกรอบรวมถึงต้องทำหนังสือถึงเลขานุการ คสช. ด้วย

ข้าวสารจัดงาน “คืนความสุข” หวังดึงนักท่องเที่ยวช่วงบอลโลก

19
ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงบอลโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อการท่องเที่ยวภายใต้กฎอัยการศึก ว่า เมืองไทยสามารถเที่ยวได้ มีความปลอดภัย

วันนี้ (13 มิ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ถนนข้าวสาร สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร จัดกิจกรรมคืนความสุขให้นักท่องเที่ยวในช่วงบอลโลก ภายใต้ชื่องาน “คืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงบอลโลก @ Khaosan Road” เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากับช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 และดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ แอร์เสียตลอดจนสร้างความสุขต่อนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวถนนข้าวสาร เพื่อการหมุนเวียนรายได้เศรษฐกิจของประเทศ โดยมี นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยมีการแสดง เต้นสไตล์แซมบ้า จากคณะคาบาเร่ต์ คาลิปโซ การแสดงวงโยธวาทิตจากโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์ ขบวนพาเหรด และการแสดงช้างจากปางช้างอยุธยา

ทั้งนี้ นายสง่า เรืองวัฒนกุล แอร์เสียนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ คือ การเชิญสื่อต่างประเทศเข้ามาทำข่าวดูบรรยากาศในพื้นที่จริง และเผยแพร่ออกไปต่างประเทศ ว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎอัยการศึก มีประกาศเคอร์ฟิว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาเที่ยวและมีความสุขได้ โดยหวังว่าคืนนี้อยากให้มีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตามที่ได้มีรายงานข่าว โดยเฉพาะกำลังเข้าฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลโลก หากทันทีที่มีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ผู้ประกอบการโรงแรมแอร์เสีย เกสต์เฮาส์ และร้านค้าต่างๆ ในถนนข้าวสารจะช่วยกันประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายออนไลน์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวในต่างประเทศทราบเพื่อให้ถนนข้าวสารกลับมาคึกคักอีกครั้ง และเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง

เอเอสทีวีฯจับมือ “ดร.คล้ายอัปสร” ตั้ง “ศูนย์ห้องปฏิบัติการแมนเนเจอร์” ปฏิวัติสุขภาพแบบองค์รวม

18
วันที่ 13 มิ.ย. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกและแกนนำรุ่น 2 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตย พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ รศ.ดร.คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร นักชีวเคมีผู้เชี่ยวชาญการถอดรหัสพันธุกรรม ร่วมในรายการ “ปฏิวัติสุขภาพกับปานเทพ” เผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทิวบ์ ในชื่อตอน MANNATURE Lab Center

โดย นายปานเทพ ได้เปิดเผยว่า จะมีการจัดตั้งองค์กรเพื่อสุขภาพขึ้น แอร์ไม่เย็นโดยการร่วมทุนของสื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ กับ รศ.ดร.คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร ชื่อว่า Man Nature Lab Center หรือ ศูนย์ห้องปฏิบัติการแมนเนเจอร์ โดยทำหน้าที่เอาผลทดลองทางวิทยาศาสตร์มาเป็นข้อมูลเพื่อเป็นพลังในการเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ในการมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ในเบื้องต้นจะมีการตรวจ 4 ประเภท คือ 1. ตรวจอาหาร หรือ Food Test เพื่อตรวจอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หรืออาหารที่ไม่เหมาะเฉพาะตัวบุคคล เพื่อไปปฏิวัติสุขภาพตัวเองว่าไม่ควรรับประทานอะไรถึงสุขภาพดี

2. ตรวจโลหะหนักในกระแสเลือด เนื่องจากอากาศเป็นพิษ น้ำดื่มไม่สะอาด อาหารที่กิน เช่น ปลา ผักผลไม้ อาจมีโลหะหนักปนเปื้่อนมา ข้อมูลจะเป็นประโยชน์อย่างมากแอร์ไม่เย็น อาจทำให้รู้ว่าแหล่งน้ำที่ใช้มีปัญหา อาจต้องเปลี่ยนระบบท่อใหม่ หรือพื้นที่เกษตรใกล้บ้านมีปัญหา จะได้หาแหล่งอาหารใหม่ที่ไม่มีสารพิษ ส่วนคนที่อยู่ใกล้โรงงาน ก็จะสามารถเอาเป็นข้อมูลฟ้องร้องโรงงานได้ หรือย้ายที่อยู่อาศัยไปในที่ปลอดภัย

3. ตรวจรหัสพันธุ หรือ ดีเอ็นเอ เพื่อจะได้รู้ล่วงหน้าว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร

4. ตรวจน้ำเอนไซม์ เนื่องจากระบบเอนไซม์ หรือการย่อยอาหารพอนานไปร่างกายสังเคราะห์เอนไซม์ได้ช้าลง ถ้าจะเพิ่มเอนไซม์ก็ทำได้ด้วยการกินพืชอาหารสด หรือน้ำหมัก ซึ่งน้ำหมักที่ขายกันทั่วไปไม่มีใครไปตรวจว่าจริงหรือเท็จ มีเชื้อโรคไหม มีข้อเสียหรือไม่ ไม่เคยมีใครให้คำตอบเพราะธรรมชาติบำบัดไม่เป็นวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่สนใจธรรมชาติบำบัด เลยมีความเห็นว่าจะตั้ง Ensyme Lab Center เพื่อศึกษาเอนไซม์โดยเฉพาะ เพื่อตรวจหาการหมักที่ถูกวิธี จำนวนเวลาที่เหมาะสม หาเชื้อจุลินทรีย์ดีและไม่ดีว่าเหลือเท่าไหร่ มีสรรพคุณทางยาจริงหรือไม่ ถ้าตรวจสอบได้ก็จะมีประกาศนียบัตรเฉพาะขวดนั้นๆ เลย แล้วข้อมูลที่ได้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ชาวบ้านที่ทำน้ำหมักก็จะได้ทำในแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำตามคำบอกเล่า

ทั้งนี้ 4 ภารกิจหลักนี้จะเป็นศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการปฏิวัติสุขภาพแบบองค์รวม แอร์ไม่เย็นซึ่งเราเชื่อว่าพลังข้อมูลเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงประเทศได้ โดยเราจะให้เฉพาะข้อมูล ไม่มีขายอาหารเสริมหรือวิตามิน

ทางด้าน รศ.ดร.คล้ายอัปสร ได้กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายจะไม่แพงเท่าที่ทั่วไปทำกัน ไม่แพงอย่างการตรวจดีเอ็นเอ เจาะเลือดน้อยกว่า โดยเจาะเลือดครั้งเดียวสามารถรู้ได้หมดทั้งฟู้ดเทสต์ โลหะหนัก และดีเอ็นเอ ส่วนเหตุผลที่จับมือกับผู้จัดการเพราะสุขภาพเป็นกระแสของโลก แล้วประเทศเรายังไม่มีใครทำแบบครบถ้วน เลยคิดว่าทำแบบครบถ้วนจะใช้ประโยชน์ได้จริง แล้วค่าใช้จ่ายคุ้มค่ากว่าการใช้จ่ายจากการป่วย

นายปานเทพ กล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า จะมีการตั้งแลปที่บ้านพระอาทิตย์ อาคารบี และเนื่องจากเป็นศูนย์ตรวจอาหารใหญ่ที่สุดในประเทศ ก็เลยต้องประสานหลายส่วน ทั้งสถานพยาบาล เทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลที่มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง

โดยจะเปิดทดลองครั้งแรกในวันที่ 21 – 22 มิ.ย. 2557 ซึ่งเป็นวันที่มีงานพระอาทิตย์แฟร์ ที่อาคารอนุรักษ์ บ้านเจ้าพระยา โดย ตน กับ รศ.ดร.คล้ายอัปสร จะบรรยายในเวลา 10.00 – 11.00 น. ทั้งสองวัน โดยจะเล่าข้อมูลอย่างละเอียด หากใครสนใจสามารถตรวจเดี๋ยวนั้นได้เลย จะมีสถานพยาบาลคอยเจาะเลือดตรวจ ซึ่งจะรู้ผลไม่เกิน 7 – 10 วัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทรได้ที่เบอร์ 09-6065-3684 และ 09-6065-3685

ปาบึ้ม! กลางกรุง เขย่าขวัญรับเลิกเคอร์ฟิว โชคดีไร้คนเจ็บ

17

คนร้ายขว้างระเบิดสังหาร ถนนพระราม 9 ขาเข้า ใกล้ป้อมจราจร รถเสียหาย 2 คัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 13 มิ.ย. เมื่อเวลา 19.30 น. มีรายงานว่าเกิดเสียงดังสนั่น ที่บริเวณถนนพระราม 9 ขาเข้า ใกล้ป้อมจราจรแยกพระราม 9 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมแอร์เสีย สน.ห้วยขวางได้เข้าตรวจสอบสาเหตุพบรถเก๋งยางระเบิด 2 คัน โดยลักษณะสภาพรถที่เสียหายไม่น่าจะเกิดจากยางแตกธรรมดา จึงแจ้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบ

ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ลงพื้นที่ได้พบกระเดื่องระเบิด โดยยืนยันว่าเป็นระเบิด RGD 5 ซึ่งเป็นระเบิดสังหารชนิดขว้างของรัสเซีย มีรัศมีทำลาย 6 เมตร โชคดีจุดที่ระเบิดลงอยู่ใกล้ทางม้าลาย ซึ่งในขณะนั้นไม่มีคนข้ามถนน หรือรถจอดติดสัญญาณไฟจราจร จึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์ที่กำลังผ่านจุดนี้ได้รับความเสียหายคอมแอร์เสีย 2 คัน และกระจกป้อมตำรวจเสียหายเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า การป่วนกรุงในครั้งนี้เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ซึ่งฝ่ายสืบสวน จะได้เร่งประสาน กทม. และ บก.จร.คอมแอร์เสีย เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบพยานแวดล้อม เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แรงงานกัมพูชาผวาข่าวลือปิดด่านอรัญฯ แห่กลับประเทศ

16
แรงงานเกัมพูชานับพันตื่นข่าวลือแห่กลับประเทศ หลังหวั่นทางการไทยจะปิดด่านอรัญประเทศซ่อมแอร์รถยนต์ ขณะที่ทหารพรานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตม.ชี้แจงยันไม่มีการปิดด่านแน่นอน ด้านผู้ว่าฯสระแก้วแถลงส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศวันละ 5,000 คน

วันนี้ (14 มิ.ย.) ทหารกองกำลังบูรพา จังหวัดสระแก้ว จัดรถบรรทุกนำแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาไปส่งยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ หลังจากที่แรงงานกัมพูชาจำนวนมากต่างพากันเดินทางกลับประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 4

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ในตลาดปอยเปตเต็มไปด้วยข่าวลือจากแรงงานกัมพูชาที่หนีกลับมาว่า ด่านพรมแดนอรัญประเทศจะถูกปิดเร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้ชาวกัมพูชาเกิดความกลัวว่า ด่านอรัญประเทศจะถูกปิดต่างแห่เข้ามาซื้อเสบียงอาหารจากตลาดโรงเกลือ กลับไปกักตุน ซึ่งทหารพรานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ซ่อมแอร์รถยนต์และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ พยายามชี้แจงให้ชาวกัมพูชาทราบว่าไม่มีการปิดด่านแน่นอนและทหารไทยไม่ได้ปราบปรามแรงงานกัมพูชาใดๆ แต่ชาวกัมพูชาก็ยังไม่มั่นใจยังคงแห่เข้ามาซื้อเสบียงที่ตลาดโรงเกลือฝั่งไทยกลับไปกักตุนในฝั่งกัมพูชาเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ทางการกัมพูชาจัดรถบรรทุกทหารกว่า 20 คัน และรถบัสอีก 10 คัน จากกรุงพนมเปญมารับชาวกัมพูชาที่ตกค้างกว่า 10,000 คน ที่บ้านปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อส่งกลับภูมิลำเนา ส่วนในฝั่งไทยมีแรงงานกัมพูชาจำนวนมากที่รอกลับประเทศทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้วใช้อาคารเอนกประสงค์เทศบาลเมืองอรัญประเทศเป็นที่พักชั่วคราว

ด้าน นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แถลงร่วมกับทหาร ซ่อมแอร์รถยนต์ตำรวจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ว่า ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา มีแรงงานกัมพูชากลับประเทศแล้วกว่าวันละ 5,000 คน

สำหรับในส่วนจังหวัดสุรินทร์ ทหารส่งชาวกัมพูชากว่า 500 คน ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำประวัติก่อนที่จะนำรถโดยสาร 3 คัน ทยอยไปส่งที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งกลับประเทศ

“สุภิญญา” แจงวิทยุชุมชนต้องทำเรื่องก่อนออนแอร์ ชงวาระ ASTV ให้ กสท. พิจารณาแล้ว

15
วันนี้ (14 มิ.ย.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการคณะกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แอร์รถยนต์(คสช.) ได้ประกาศให้สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี และสถานีโทรทัศน์ทีนิวส์ กลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง รวมทั้งวิทยุชุมชนที่มีใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับทั้งสองสถานีได้รับสิทธิ์ในการออกอากาศอีกครั้ง แต่สำหรับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องอื่นๆ ที่มีคำสั่งระงับจาก คสช. แต่ส่งผังรายการใหม่แล้ว ทาง กสทช. ยังคงอยู่ในระหว่างการหารือกับ คสช.ส่วนสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ยื่นเปลี่ยนเป็นโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกแล้ว ทางสำนักงาน แอร์รถยนต์กสทช. ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบเนื้อหาและโฆษณา

สำหรับสถานีวิทยุกลุ่มทดลองประกอบกิจการที่ได้คืนสิทธิ์การออกอากาศตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 66 ต้องทำตามกติกาที่ กสทช. กำหนด โดยติดต่อกับสำนักงานเขต กสทช. ยื่นผลการตรวจเครื่องส่งที่ผ่านมาตรฐานแล้ว และแสดงใบอนุญาตการจัดตั้งสถานีที่ถูกกฎหมายจากหน่วยงานรัฐ ถ้าแสดงใบอนุญาตในการจัดตั้งสถานีต่างๆ ครบถ้วนแล้ว รวมทั้งตรวจเครื่องส่งผ่านมาตรฐาน จะมีการลงนามข้อตกลงต่างๆ กับสำนักงานเขตและกองทัพภาค ถ้ากระบวนการทุกอย่างผ่านเรียบร้อยแล้วให้ตรวจสอบรายชื่อสถานีวิทยุทดลองออกอากาศที่ได้รับคืนสิทธิ์ผ่านหน้าเว็บไซต์ กสทช. เท่านั้น

โดยเงื่อนไขใหม่ของ กสทช. คือจะอนุญาตคืนสิทธิ์การออกอากาศให้วิทยุทดลองออกอากาศประเภทธุรกิจ 1 นิติบุคคล ต่อ 1 สถานี เท่านั้น กลุ่มวิทยุทดลองประกอบการประเภทสาธารณะจะได้คืนสิทธิ์ 1 นิติบุคคล ต่อ 1 จังหวัด ต่อ 1 สถานี ส่วนกลุ่มวิทยุทดลองประกอบกิจการประเภทชุมชน ได้รับสิทธิ์ 1 กลุ่มคนหรือนิติบุคคล ต่อหนึ่งพื้นที่ชุมชนดังกล่าวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม วิทยุที่ได้รับสิทธิ์ทดลองประกอบกิจการ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสาธารณะ ประเภทธุรกิจ และประเภทชุมชน แต่ทุกสถานีต้องปฏิบัติตามมาตรฐานคลื่นและเทคนิคเดียวกัน แอร์รถยนต์คือ กำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ เสาสูงไม่เกิน 60 เมตร รัศมีส่งไม่เกิน 20 กิโลเมตร ส่วนกลุ่มวิทยุทดลองประกอบกิจการที่ยังตรวจเครื่องส่งไม่ผ่านให้ประสานกับทางสำนักงานเขต กสทช. ทั้ง 14 เขต และสอบถามรายละเอียดห้องแลปเอกชนที่รับตรวจเครื่องส่ง

ส่วนจดหมายร้องขอให้กลับมาออกอากาศ ทั้งของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกายแชนแนล และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ที่ยื่นมา น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ได้ทำวาระเสนอ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธาน กสท. และส่งต่อสำนักงาน กสท. เร่งพิจารณาแล้ว

คสช.จับมือภาครัฐเอกชน จัดกิจกรรมคืนความสุขประชาชน

14
จนท.ทหาร ตำรวจ และ จนท.กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชน จัดมหรสพ หลากหลายประเภท โดยให้บุคลากรของทั้ง 3 หน่วยงาน และศิลปินทั้งนักร้อง และ นักแสดง สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวที เพื่อให้ความบันเทิงแก่ประชาชน ด้านทหารม้ายังนำม้าออกมาโชว์ความสามารถและเปิดโอกาสให้ประชาชน ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บริการตรวจเช็คสุขภาพ และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี การอบรมเทคนิคการขับขี่รถยนต์ และ รอกไฟฟ้าวินัยจราจร โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดอาหาร คาวหวาน ผลไม้ และน้ำดื่ม ไว้คอยบริการแก่ประชาชน ฟรีตลอดงานด้วย

วันนี้ (15 มิ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้ญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับทหารและกรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรมคืนความสุขสู่ประชาชน ในวันนี้ (15 มิ.ย.) ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.00 น. ที่สวนลุมพินี

กิจกรรมภายในงาน มีทั้งการแสดงดนตรี ดุริยางค์ตำรวจ รอกไฟฟ้าพร้อมด้วยศิลปินดารา นักแสดงจากสังกัดต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ยังมีการบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตรวจสุขภาพฟรี บริการอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มอีกกว่า 60 ซุ้ม ซึ่งการจัดกิจกรรมคืนความสุขสู่ประชาชน เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปรองดอง คืนความสุขสู่พี่น้องประชาชนตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานที่จัดขึ้นในวันเวลาดังกล่าว เพราะกิจกรรมที่จัดขึ้น อยากให้คนไทยกลับมารักกัน สามัคคีปรองดอง กลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชนมาโดยตลอด จึงอยากจะส่งมอบความสุขให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนรอกไฟฟ้า ดังสโลแกนที่ว่า “ตำรวจรักประชาชน ตำรวจเป็นของประชาชน”

“ลุงจำลอง” เยี่ยม “แซมดิน-พิชิต” เผยกำลังใจดี เชื่อ คสช. แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะ

13
วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรปรชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางเข้าเยี่ยม ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายพิชิต ไชยมงคล แนวร่วมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีพันธมิตรฯชุมนุมปิดสนามบินดอนเมือง เนื่องจากเข้าร่วมการชุมนุมกับ กปปส. และถูกนำมาควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ภายหลังเข้าเยี่ยม พล.ต.จำลอง เปิดเผยว่า ทั้ง ร.ต.แซมดินรอก และ นายพิชิต มีกำลังใจดี ยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้ตามปกติ เพียงแต่ถูกจำกัดในเรื่องความเป็นอยู่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ร.ต.แซมดิน มีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไรนั้น ก็สุดแท้แต่ศาลจะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บางกลุ่มเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความช่วยเหลือ นายวีระ สมความคิด ที่ยังถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำกัมพูชา พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าว แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนายวีระถูกคุมตัวมานานมากแล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯนั้น ต้องขอย้ำว่าในส่วนของแกนนำได้ยุติบทบาทแล้ว แต่ก็ยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองโดยตลอด และในฐานะผู้รักชาติรักแผ่นดินก็ติดตามการทำงานของ รอกคสช. อยู่อย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ พล.ต.จำลอง ได้เดินทางมาพร้อมกับมวลชนกองทัพธรรมจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้นำหนังสือมาบริจาคให้แก่ผู้ต้องขังด้วย และในช่วงบ่ายวันนี้จะมีมวลชนบางส่วนจะเดินทางมาเยี่ยม ร.ต.แซมดิน และนายพิชิต เช่นกัน สำหรับ นายรัชยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือ นายอมร อมรรัตนานนท์รอก ซึ่งศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยนั้น ล่าสุด ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับหมายจากศาล โดยคาดว่าจะเข้ามอบตัวต่อศาลเอง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาหลบหนีความผิด

“นที” สั่งงดแถลงข่าวผลประชุม กสท. ไร้วาระถกผังรายการ ASTV

12
ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ทีมงานรองประธาน กสทช. แจ้งนักข่าวยกเลิกแถลงผลประชุม กสท. แหล่งข่าวชี้วันนี้ไร้วาระถกผังรายการใหม่ “เอเอสทีวี – บลูสกาย”

วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ทีมงานของ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ปั๊มน้ำในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้แจ้งสื่อมวลชนที่ปักหลักรอทำข่าวว่าได้ยกเลิกการแถลงข่าวผลการประชุม กสท. โดยแจ้งว่าติดธุระ ทำให้สื่อมวลชนเกิดอาการงุนงง เพราะเป็นการแจ้งให้ทราบอย่างกะทันหัน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งอ้างแหล่งข่าวภายใน กสทช. ว่า การประชุม กสท. วันนี้ ไม่มีวาระการพิจารณาผังรายการใหม่ของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ปั๊มน้ำและสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ตามที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า การประชุมบอร์ด กสท. จะพิจารณาผังรายการใหม่ของทั้งสองช่องรายการ ที่ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง และเป็นผังรายการที่มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวเพื่อการปฏิรูปประเทศ ก่อนส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปั๊มน้ำซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พิจารณาให้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง

“สุภิญญา” ชี้คืนจอ ASTV รอถกนอกรอบกับ คสช.- จอดำร้อยช่องคาดได้คำตอบจันทร์หน้า

11
กรรมการ กสทช. เผยผลการประชุม กสท. คืนสิทธิ์ทีวีจอดำ ชี้กรณี “เอเอสทีวี – บลูสกาย” รอประสานนอกรอบกับ คสช. ให้ชัดก่อน จึงจะเสนอ กสท. พิจารณาอีกครั้ง ส่วนทีวีดาวเทียมร้อยช่องที่ยังจอดำ กำลังตรวจสอบเนื้อหารายการ คาดเข้าที่ประชุม กสท. วันจันทร์ ส่วนปมคูปองทีวีดิจิตอลยังไม่เห็นวาระ แม้ตัวแทนช่องทีวีดิจิตอลยื่นหนังสือค้าน

วันนี้ (16 มิ.ย.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ว่า ตนได้ทำวาระเสนอ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธาน กสช. ไปปลายสัปดาห์ที่แล้วเรื่องการพิจารณาคืนสิทธิ์ทีวีดาวเทียม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสถานีโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาทางการเมือง เช่น สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ซึ่งได้เสนอผังรายการไปก่อนหน้านี้ ฯลฯปั้มน้ำ และกลุ่มสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วไปกว่า 100 สถานี ที่ยังไม่สามารถออกอากาศได้

โดย พ.อ.นที ได้นำวาระที่ตนเสนอไปยังสำนักงาน 4 สำนักที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่วันนี้ สำนักงาน กสทช. เสนอวาระกลับเข้ามา 1 เรื่อง ได้แก่ สำนักกฎหมายได้เสนอแนวทางการกำกับโฆษณาอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพในสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมหลังคืนสิทธิ์การออกอากาศ แต่เรื่องอื่นยังไม่มีวาระทางการเข้า อย่างไรก็ตาม ตนได้หารือเป็นวาระอื่นๆ กับกรรมการ กสท. ได้แนวปฏิบัติ คือ กรณีกลุ่มสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีเนื้อหาทางการเมือง ยังต้องรอการประสานงานนอกรอบกับทาง คสช. ให้ชัดเจนก่อน สำนักงานจึงจะเสนอวาระเข้ามาที่ กสช.

ส่วนกลุ่มสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วไป วันศุกร์นี้ (20 มิ.ย.) จะมีการประชุมอนุกรรมการ 3 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการด้านใบอนุญาตฯ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหา โดยมีกรรมการ กสท. ดูแล 3 คน ถ้ามาประชุมร่วมกันได้ปั้มน้ำ กระบวนการทุกอย่างก็จะเร็วขึ้น จากนั้นจะส่งเข้าบอร์ด กสท. ล็อตใหญ่ที่เหลือวันจันทร์หน้า ซึ่งน่าจะเป็นการคืนอิสระภาพช่องทีวีดาวเทียมส่วนใหญ่ที่ยังจอดำอยู่ ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. โดยกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค กำลังตรวจสอบเทปรายการเพื่อตรวจสอบผลเข้าอนุกรรมการผู้บริโภคฯ พรุ่งนี้ และอนุกรรมการฯ 3 คณะวันศุกร์นี้ จากนั้นจะส่งเข้าคณะกรรมการ กสท. ชุดใหญ่ที่เหลือวันจันทร์หน้า (23 มิ.ย.) ช่องส่วนใหญ่น่าจะได้คำตอบในคณะกรรมการ กสท. ยกเว้นช่องที่อาการสาหัสจริงๆ จะเชิญมาพูดคุยต่อไป

ส่วนเรื่องคูปองทีวีดิจิตอล ต้องมีวาระเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ชุดใหญ่ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ แต่ยังไม่เห็นวาระ เหมือนเรื่องยังไม่นิ่ง มีประเด็นถูกคัดค้านเยอะ วันนี้ตัวแทนฟรีทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินยื่นหนังสือค้านการให้แลกกล่องทีวีดาวเทียม DVB-S2 เข้ามาแล้ว เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่มาก ซึ่งจุดยืนส่วนตัวไม่เห็นด้วยการให้แลกกล่องดาวเทียม S2 อยู่แล้วตั้งแต่แรก ตอนแรกนึกว่า 24 ช่องเห็นด้วย แต่วันนี้มี 12 ช่องมายื่นหนังสือคัดค้านแล้วปั้มน้ำ ส่วนเรื่องราคา ส่วนตัวเสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์เพื่อเอาข้อมูลหาราคากลาง ไม่อยากเห็นปัญหาซ้ำอีก วันนี้ได้ข่าวว่า คสช. จะมาตรวจสอบแล้ว ซึ่งคูปองทีวีดิจิตอล คณะกรรมการ กสทช. ยังหาข้อสรุปไม่ได้ใน 2 ประเด็น ได้แก่ แลกกล่องทีวีดาวเทียม DVB-S2 กับเคเบิลทีวี DVB-C2 ได้หรือไม่ หรือกล่องทีวีดิจิทัล DVB-T2 อย่างเดียว และราคากลางควรเป็นเท่าไหร่

สาวไทยใจเด็ดตามล่า “โรส หมิ่นสถาบัน” ถึงบ้านในลอนดอน

10
ASTVผู้จัดการ – สาวไทยในอังกฤษตามล่า “โรส หมิ่นสถาบัน” ถึงบ้านในลอนดอน หมายปาไข่สั่งสอน แต่เจ้าตัวไม่ยอมออกมา หลังช่วงต้นสัปดาห์ตำรวจเผยว่าศาลได้ออกหมายจับโรสข้อหาหมิ่นสถาบันฯ แล้ว โดยจะมีการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยังทางการอังกฤษเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี

วานนี้ (16 มิ.ย.) จากกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศขายทะเบียน พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เป็นประธานการประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้ากรณีบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่กระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. เข้าร่วมประชุมด้วยและออกมาแถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส สาวชาวไทยอายุ 34 ปี ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษ ที่มีการเผยแพร่คลิปที่เข้าข่ายความผิดคดีหมิ่นฯ โดยคณะทำงานที่ตั้งขึ้นจะดำเนินการติดตามตัวบุคคลเหล่านี้ที่กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยจะใช้ช่องทางตั้งแต่กองการต่างประเทศ ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็จะประสานไปยังกระทรวงต่างประเทศที่บุคคลเหล่านี้พำนัก

ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ (17 มิ.ย.) ได้ปรากฏภาพและคลิปวิดีโอของสาวไทยที่ใช้ชื่อบนเฟซบุ๊กว่า Kae Kanyarat บุกไปยังบ้านพักของ น.ส.ฉัตรวดี หรือ โรส ในกรุงลอนดอนเพื่อตามหา โดยนำไข่สดไปด้วยหนึ่งแผง โดยเมื่อไปถึงบ้านซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Kae Kanyarat ยืนยันว่าเป็นบ้านของ น.ส.ฉัตรวดีขายทะเบียน ซึ่งมีประตูสีดำและกำแพงสีน้ำตาล โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Kay Kanyarat ได้ลงไปกดกริ่งเพื่อตามหา น.ส.ฉัตรวดี แต่ก็ไม่มีผู้ออกมาพบ

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Kae Kanyarat ซึ่งถ่ายคลิประหว่างการเดินทางไป ณ ที่พำนักของ น.ส.ฉัตรวดี ยังระบุด้วยว่าจากการสอบถามเพื่อนบ้าน ที่บ้านหลังดังกล่าว น.ส.ฉัตรวดี พำนักอยู่กับสามีและลูก 2 คน

อนึ่ง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่กองปราบปรามขายทะเบียน นายสุรพงศ์ อมรพัฒน์ อายุ 67 ปี และ นางสมจินตนา อมรพัฒน์ อายุ 59 ปี บิดาและมารดาของ น.ส.ฉัตรวดี หรือ โรส ได้แจ้งความเอาผิดลูกสาวคนเล็กของตนเอง ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำแผ่นดีวีดีบันทึกภาพและเสียงของ น.ส.ฉัตรวดี ที่มีการกล่าวพาดพิงสถาบันเบื้องสูง รวม 7 คลิป มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานด้วย

เผยคนรุ่นใหม่ จับมือถือมากกว่าจับมือแฟน

9
หลายๆ คนเห็นหัวข้อคงพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองว่า “มันจริงอ่ะ” ทุกวันตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เริ่มจากจะตั้งนาฬิกาปลุกก็ไม่พลาดที่จะใช้สมาร์ทโฟนข้างกาย แม้แต่ตอนลืมตาตอนเช้ามาปุ๊บสิ่งแรกที่มือควานหาก็โทรศัพท์นั่นแหละมาเปิด ไลน์ เฟซบุ๊ก ก่อนจะลุกออกจากเตียงซะอีก กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันไปแบบควบคุมไม่ได้ จนบางทีวันไหนที่ลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านแล้วเลยมาทำงานก็จะเกิดโรคเซ็งแบบชนิดฉับพลันทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็อยู่กันได้มาตั้งนานแบบไม่เป็นอะไร

เชื่อไหมว่าพอย้อนกลับไปถามวัยรุ่นหรือวัยทำงานว่ามือถือสำหรับคุณคืออะไรป้ายประมูล สรุปได้ว่าทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันหมดว่านี่มันเป็นของวิเศษที่ทำให้เหล่าคนที่ครอบครองมันต้องก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก เหมือนเป็นโลกอีกใบ เป็นสังคมแบบไร้ตัวตนแต่สร้างความสุขหรรษาได้ไม่น้อย จนรู้สึกว่า “ถึงจะไม่มีแฟนก็อยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีมือถือนี่สิเรื่องใหญ่” คำถามมันอยู่ที่ว่าทำไมทุกคนต้องเห็นว่า สิ่งที่เรียกว่ามือถือหรือนั้นสำคัญขนาดนี้ แน่นอนโลกของมือถือก็คือโลกออนไลน์ คือโลกโซเชี่ยลที่สามารถโพส สื่อสาร รับข่าวสาร แบบไม่สิ้นสุด ยิ่งมือถือหรือสมาร์ทโฟนสมัยนี้ยิ่งตอบโจทย์คนทุกกลุ่มทุกยุคขนาดนี้ เช่น ไม่ว่าจะทำอะไร จะบันเทิง (ดูหนังฟังเพลง ดูยูทูป) ก็มือถือ จะส่งเมลล์จะทำงานหรือเรื่องสำคัญเวลาไม่อยู่ออฟฟิซ ก็มือถือ จะหาเครื่องคิดเลข เปิดไฟฉาย ถ่ายรูป ล้วงความลับแฟน ป้ายประมูลเหตุผลล้านแปดก็อยู่บนมือถือ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนยุคใหม่จะจับมือถือมากกว่าจับมือแฟนของตัวเองจริงๆ เสียอีก

พอยุคหลังๆ มาดูเหมือนว่าบริษัทเกี่ยวกับแบรนด์มือถือหลายๆ จ้าวก็แข่งขันกันออกฟังก์ชันที่น่าตื่นเต้นกันทุกปี และแก้ไขจุดบกพร่องของสมาร์ทโฟนในอดีตไปมากมายจนแทบจะไม่เหลือเค้าว่า “โทรศัพท์ที่แท้จริงคือสิ่งที่โทรเข้าโทรออกสื่อสารกับผู้อื่นได้” แต่สมัยนี้น่าจะเป็น “สิ่งจำเป็นที่คนยุคออนไลน์ต้องมีและขาดไม่ได้” ป้ายประมูลความโดดเด่นที่ผู้เขียนรู้สึกน่าตื่นเต้นมากว่ามันทำได้อย่างไรเช่นมือถือตัวเล็กๆ สามารถถ่ายรูปออกมาถึง 50 ล้านพิกเซลได้เทียบเท่ากับกล้องถ่ายคุณภาพดีดีเลยทีเดียว ฟังก์ชั่นการชาร์จไฟเร็วซึ่งเร็วกว่าเดิม 4 เท่าเหมือนแบรนด์ OPPO ที่ออกมาเป็นต้น อาจจะเป็นเรื่องพวกนี้กระมังที่คนหนุ่มสาวรู้สึกมีตัวช่วยหรือพึ่งพาเวลาเขาอยู่คนเดียว แม้ว่ามีเหตุผลล้านแปดที่คนยุคใหม่จะจับมือถือมากกว่าจับมือแฟนของตัวเองจริงๆ แต่ความสำคัญบางอย่างต้องมาคู่กัน อย่างน้อยๆ จับมือแฟนไปพร้อมกับถือสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดกันดีกว่านะครับ

สัมผัสความแปลกชวนสนุกคิดในภาพยนตร์ มันเปลี่ยวมาก

8
ฉีกแนวภาพยนตร์ไทยกับการหยิบนำสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น จ่าเฉย จีพีเอสนำทางในรถ ม้าลาย ตุ๊กตา และ ศาลเจ้าที่ มาเล่าเป็นเรื่องราว 4 ตอน ในภาพยนตร์ “มันเปลี่ยวมาก” ด้วยฝีมือของ 3 ผู้กำกับ “เจี๋ยน – ฑีฆายุ ธรรมนิตยกุล” กำกับตอน “ผีจ่าเฉย กับม้าลาย มันสิงอยู่ที่ไหน” “โรจน์ – ไพโรจน์ ประสารทอง” กำกับตอน “ตุ๊กตา มันเกินมาตอนไหน” “ฉิก – สกล เตียเจริญ” กำกับตอน “ผีจีพีเอส มันจะพาไปไหน” และตอนสุดท้ายที่กำกับร่วมกันตอน “ผีศาลเจ้าที่ มันจูนเจอตอนไหน” ภายใต้การควบคุมดูแลของ “เรียว – กิตติกร เลียวศิริกุล” นำแสดงโดย “หน่อง – ธนา ฉัตรบริรักษ์” ร่วมด้วย “เทพ โพธิ์งาม” “แจม – ชลธร ปรัชญารุ่งโรจน์” “หลุยส์ – พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร” “ยาซึฮิโกะ มิยาอุชิ”ป้ายกราฟฟิค ที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ พกความสนุก ความมัน และความเปลี่ยวมาไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้
วันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีการจัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ขึ้น ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน โดยมีนักแสดง ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้างมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พระเอกหน้าใหม่อย่าง หน่อง พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ก็เป็นหนังแนวใหม่ครับผม คือปกติหนัง 4 ตอนเนี่ย จะมีพระเอก 4 คู่ นางเอก 4 คู่ แต่เรื่องนี้ ผมไปเล่นคนเดียวหมดเลย 4 ตอน เป็นตัวเอก 4 ตอนเลย แต่ว่าในทุกๆ ตอนเนี่ย จบในตอน ไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน พอจบตอนปุ๊บก็เปลี่ยนคาแรกเตอร์เลยครับผม” ในแต่ละตอนก็จะมีผีมาเป็นส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องราว “ก็มีผีจ่าเฉย ป้ายกราฟฟิคผีจีพีเอส ผีตุ๊กตา และก็ผีศาลเจ้าครับผม”
เล่นภาพยนตร์เป็นครั้งแรก แต่ต้องมารับบทบาทถึง 4 บทบาทในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน เจ้าตัวเผยว่า “ค่อนข้างจะลำบากใจครับ เพราะว่าต้องมารับเป็นพระเอก และผมก็ยังใหม่อยู่ด้วย ก็พอรับเข้ามาเนี่ย ก็คุยกับทางบ้านแหละว่ายังไงดี แต่ว่าทางผู้กำกับ ทางพี่เรียว ให้กำลังใจ คือเขาเลือกผมมาแล้วแหละ เขาเชื่อมั่นผม ในเมื่อเขาเชื่อมั่นผม ก็ต้องทำเต็มที่” ส่วนหนุ่ม หลุยส์ ที่ร่วมแสดงในตอน ผีศาลเจ้าที่ มันจูนเจอตอนไหน พูดถึงบทบาทที่ได้รับว่า “คาแรกเตอร์เรื่องนี้ เล่นเป็นตอนสุดท้ายครับ ก็เล่นเป็นแก๊งโจร มีผม มีหน่อง มีพี่ยาซึ เป็นแก๊งเดียวกัน ก็จะออกไปปล้นครับ ปล้นเงินมาปุ๊บ ก็จะมีเรื่องราว มีผีเข้ามาเกี่ยวข้อง จนเรารู้สึกว่าต่างคนต่างหักกันเองหรือเปล่า สุดท้ายก็ต้องไปดูครับว่าจะลงเอยยังไง”
ฟากสาว แจม รับบทภรรยาในตอน ตุ๊กตา มันเกินมาตอนไหน หรือ ผีของแถม ได้พูดถึงบทบาทและชวนให้ไปสัมผัสกับความแปลกใหม่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในเรื่องนี้นะคะ แจมก็รับบทเป็นภรรยาพี่หน่องค่ะ ในตอนผีของแถมนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมเพราะว่าถือว่าเป็นการฉีกบทบาทนิดนึง เมื่อก่อนเราจะเป็นลุกส์ใสๆ มัธยมใช่ไหมคะ เรื่องนี้ก็ได้รับบทที่โตขึ้นมามากๆ เลย แล้วก็เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นภาพยนตร์ที่แปลกสำหรับบ้านเราอยู่นิดนึง ดังนั้นคืออยากให้ทุกคนไปดู ก็อยากแนะนำว่าเราต้องดูไปคิดไปมันถึงจะสนุก (หัวเราะ)” ด้าน เทพ ที่แสดงในตอน ผีจีพีเอส มันจะพาไปไหน ไม่อยากเล่าอะไรมากนัก ให้ไปติดตามในภาพยนตร์แทน “ป๋าก็จะมีช่วงหนึ่งนะฮะ เล่นกับหน่องป้ายกราฟฟิค เหมือนเป็นหลานเป็นปู่ ไม่อยากเล่า เล่าแล้วมันหมดเลยเพราะว่าป๋ามีอยู่นิดเดียว ถ้าเล่ามันจะหมดเกลี้ยงเลย ก็ไม่รู้นะ อย่าให้พูดดีกว่า สนุกละกัน”
เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แปลกกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ หน่อง บอกว่า “สำหรับผมก็คือน่าจะผีแหละ ผีทั่วไปก็คือตอนกลางคืน บรรยากาศหลอนๆ เปียกๆ แฉะๆ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ครับ เป็นผีน่ารัก เหมือนมาแกล้งเรา” แม้จะมีความแปลก แต่ หน่อง รับรองว่าเรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัย “ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังแปลก แต่ว่าดูได้ทุกเพศทุกวัยครับผม อยากจะบอกว่าเป็นหนังเรื่องแรกของผม และก็มีพี่ๆ น้องๆ นักแสดงทุกๆ คนมาร่วมเล่นด้วย อยากจะบอกว่าเป็นหนังแนวใหม่ แปลก ที่อาจจะเรียกได้ว่าหายากหรือว่าอาจจะไม่มีในประเทศไทยเลยก็ได้ ก็อยากให้เข้าไปชมนะครับผม ไปดูถึงความแปลก ความใหม่ อยากให้ไปดูแล้วก็คิดตามครับผม มีดีเทลเล็กๆ ที่จะสื่อความหมายในแต่ละตอนอยู่ ก็อยากให้เข้าไปดูกันครับ ฝากด้วยครับผม 12 มิถุนาฯ นี้ครับผม”
สัมผัสความแปลกชวนสนุกคิดไปกับภาพยนตร์เรื่อง มันเปลี่ยวมาก ได้ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป

ลีเดีย ถ่ายทอดอารมณ์หลากหลาย เสียใจไม่ยอมเสียเธอ

7
เคยร่วมงานกับคลับ ฟรายเดย์ มาแล้วในฐานะนักแสดง คราวนี้ “ลีเดีย – ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา” ขอรับหน้าที่ถ่ายทอดเพลง “เสียใจไม่ยอมเสียเธอ” ประกอบละคร “Club Friday The Series 4 ขายทะเบียนรถตอน หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ” ซึ่งเจ้าตัวถึงขั้นเอ่ยปากว่าเป็นการทำงานที่สุดหิน เพราะใช้เวลาในห้องอัดยาวนานถึง 3 วัน
นักร้องสาว ลีเดีย เผยว่า “สำหรับเพลง เสียใจไม่ยอมเสียเธอ พูดเลยเป็นเพลงที่ยากและท้าทายมากๆ ค่ะ เพราะ พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) ให้โจทย์มาว่าเพลงนี้ต้องเป็นเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ของความต้องการในความรักให้ชัดเจนที่สุด เพลงนี้เราใช้เวลาเข้าห้องอัดทั้งหมดถึง 3 วันขายทะเบียนรถ ซึ่งปกติใช้เวลาเข้าห้องอัดแค่วันเดียวและไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จ แต่สำหรับเพลงนี้เรียกว่าเจองานหินเข้าจริงๆ ค่ะ คือเข้าห้องอัดวันหนึ่งก็ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงและใช้เวลาถึง 3 วันถึงจะเสร็จ ส่วนลีเดียก็ต้องอาศัยเทคนิคการร้องที่สูงจริงๆ เพราะในเพลงนี้เพลงเดียวต้องมีทั้งอารมณ์ดื้อ ทั้งเข้มแข็ง และบางคำกลับต้องออดอ้อนและเจ็บปวด
แต่ถึงจะยากแค่ไหนก็ถือเป็นการทำงานที่สนุกสนานมาก เพราะได้ พี่แม็ค (ศรัณย์ วงศ์น้อย) มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ซึ่งก็คุ้นเคยกันดี กลับมาร่วมงานครั้งนี้ยังคุยกันเลยว่าอยากร่วมงานกันมานานแล้ว เดียและพี่แม็คเลยแฮปปี้ขายทะเบียนรถ ช่วยกันจัดเต็มแบบสุดๆ และยิ่งพอได้ฟังตัวมาสเตอร์ของเพลง เสียใจไม่ยอมเสียเธอ ที่เสร็จแล้วก็ยิ้มกันแก้มปริ หายเหนื่อยกันเลยค่ะ ยังไงฝากติดตามเพลง เสียใจไม่ยอมเสียเธอ ด้วยนะคะ เชื่อว่าทุกคนที่ฟังจะต้องอินตามเดียแน่นอนค่ะ”

นุ่น เผยไร้ปัญหา เดินหน้าละคร เพื่อนรักเพื่อนริษยา

6
หลังจากนักแสดงสาว “พลอย – เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างแสนเสียดายที่ไม่ได้แสดงละครเรื่อง “เพื่อนรักเพื่อนริษยา” อย่างที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรก ทำให้เกิดความเข้าใจกันไปว่า ขายทะเบียนสวย“นุ่น – วรนุช ภิรมย์ภักดี” ซึ่งมีรายชื่อเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ คือผู้ที่มารับบทบาทแทน

ด้านนางเอกสาว นุ่น ชี้แจงถึงประเด็นที่เกิดขึ้นว่า “เอ่อ อันนี้ก็คือเราก็ได้รับการติดต่อทุกอย่าง มันก็เป็นขั้นตอนค่ะ พอดูบทแล้วก็คุยกับผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ก็ต้องเอาไปเสนอทางช่องค่ะ” หลังจากได้รับบทในละครเรื่องนี้ นุ่น บอกว่ายังไม่ได้คุยกับ พลอย เลย “ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยเลย” เมื่อถามว่าจะมีปัญหากับสาว ขายทะเบียนสวยพลอย ไหม นักแสดงรุ่นพี่ย้ำว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน “ไม่มีค่ะ น้องก็เป็นน้องที่น่ารักเหมือนเดิมค่ะ”

สำหรับละครเรื่อง เพื่อนรักเพื่อนริษยา เป็นเรื่องราวในวงการมายา ที่มีความอิจฉา รัก โลภ โกรธ หลง ทำให้เพื่อนรักทั้ง 3 คน ต้องแตกคอกัน ด้าน นุ่น รับบทเป็น อุไรวรรณ สาวสวยมีน้ำใจ แต่ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบ ประชันบทบาทกับ 2 สาว “คริส หอวัง” และ “ลีเดีย – ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา” โดยมีหนุ่ม “ก้อง – กรุณขายทะเบียนสวย ซอโสตถิกุล” เป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องแรก ซึ่ง นุ่น พูดถึงละครเรื่องใหม่ชวนให้ติดตามว่า “เพื่อนรักเพื่อนริษยา นะคะ ต้องบอกว่าบทแซ่บมาก แล้วก็สนุกมากค่ะ”

โย่ง เชื่อพรหมลิขิต อวดเสียงร้องเพลง รักออกฤทธิ์

5

ความรักในชีวิตจริงของนักร้องหนุ่ม “โย่ง – อนุสรณ์ มณีเทศ” จากวง “อาร์มแชร์” (Armchair) ที่หวานชื่นจนได้ลั่นระฆังวิวาห์กับ “ก้อย – วลัยลักษณ์ มุสิกโปฏก” นักร้องนำวง “แซทเทอร์เดย์ เซโกะ” (Saturday Seiko) เข้าตา “หนึ่ง – ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์” โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงชื่อดัง จนต้องจีบมาร้องเพลง “รักออกฤทธิ์” ทะเบียนกราฟฟิคประกอบละครเรื่อง “รักออกฤทธิ์” ซึ่งหนุ่ม โย่ง เผยว่า
“รู้สึกดีใจมากครับที่ได้ร้องเพลงนี้ เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่เจอเรื่องของพรหมลิขิตในชีวิตและเชื่อเรื่องพรหมลิขิตมากๆ พอพี่หนึ่งติดต่อให้มาร้องเพลง รักออกฤทธิ์ ผมก็รับเลยทะเบียนกราฟฟิค เพลงนี้สะท้อนว่าความรักบางทีมันไม่ใช่ความบังเอิญหรือตั้งใจ แต่การที่คนสองคนจะมารักกันได้นั้นเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ซึ่งผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อในพรหมลิขิตมาก วันที่ไปอัดร้องเพลงนี้ เพิ่งหายจากอาการเส้นเสียงอักเสบทะเบียนกราฟฟิค ด้านการใช้เสียงร้องจะยากขึ้นกว่าเดิมเพราะต้องใช้เสียงสูงมากและมีการหลบเสียง แต่ก็ทำได้ครับ บรรยากาศการทำงานสนุก ผ่อนคลายดีครับ จังหวะเพลงน่ารัก มีเสียงของระฆังวิวาห์ดังเป็นระยะ อยากให้ลองฟังเพลงนี้กันดูนะครับ เป็นเพลงที่ฟังแล้วยิ้มโดยไม่รู้ตัวครับ”

ใหม่ กับ กันต์ ร่วมเปิดกล้องบวงสรวงละคร นางชฎา

4
“นิด-อรพรรณ วัชรพล” จัดพิธีบวงสรวงละครเรื่องใหม่ “นางชฎา” ออกอากาศทางช่อง 7 สี นำแสดงโดย “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” “กันต์ กันตถาวร” ร่วมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ “ออม – อัทธนียา เอี่ยมวสันต์” “แก้มบุ๋ม – พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์” “บิ๊ก – ทองภูมิ สิริพิพัฒน์” “ซัน – ประชากร ปิยะสกุลแก้ว” “บอส - ทะเบียนประมูลจักรพันธ์ วงค์คณิต” “เอก – ศุภากร ประทีปถิ่นทอง” “โฟน – ญาณิกา ทองประยูร” “กุ้ง – รวิช ไรวินท์” “กัสเบล – ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ” “ต่อง – สาวิตรี สามิภักดิ์” “วิทย์ – ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล” “กิ่ง – สุภัทรา ทิวานนท์” “มี้ – พิศมัย วิไลศักดิ์” “บุ๋มบิ๋ม – สุธีรัชย์ ชาญนุกูล”ทะเบียนประมูล “สุเทพ สีใส” และ “น้ำขิง – สุธิดา หงษา” กำกับการแสดงโดย “โอ๋ – กฤษฎา เตชะนิโลบล”

โดยวันงาน ใหม่ดาวิกาสวมชุดนางรำครบเครื่อง แสดงรำฉุยฉายกิ่งไม้เงินทองอย่างสวยงามให้สื่อมวลชนได้ชม ตามบทบาทล่าสุดของใหม่ในละคร นางชฎา ณ บริษัทโพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ทะเบียนประมูล 12 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา

หญิง ไม่คิดมาก หากแฟนคลับจีนชม ปอย สวยกว่า

3
เป็นที่จับตามองอยู่เสมอไม่ว่าจะไปที่ไหน ไม่นานมานี้ “หญิง – รฐา โพธิ์งาม” ได้เดินทางไปประชาสัมพันธ์ ภาพยนตร์เรื่อง “ต้มยำกุ้ง 2 3D” ที่ประเทศจีน จนเกิดข่าวลือเกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองที่ว่า หญิง สวยสู้นักแสดงอีกคนที่กำลังมาแรงในจีนอย่าง “ปอย – ตรีชฎา เพชรรัตน์” ไม่ได้ ซึ่ง หญิง ทะเบียนรถสวยเผยว่าไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้เลย “หญิงเฉยๆ นะ หญิงไม่รู้สึกอะไร ค่อนข้างเฉยๆ ไม่ได้ซีเรียสเลยค่ะ หญิงกับปอยเองก็รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เขาก็สวยจริงอ่ะ ผิวสวยมาก”

ถามถึงมุมมองของ หญิง ว่าคิดอย่างไรกับการก้าวไปที่จีน แล้วเกิดการเปรียบเทียบนี้ขึ้นมา ดาราสาวเผยว่า “ถ้ามองในมุมหนึ่ง ก็เหมือนกับได้รับความสนใจเนอะ ไม่ได้คิดติดลบอะไรอ่ะค่ะ ก็เฉยๆ รู้สึกว่าอย่างน้อยเขาก็รู้จักเราในมุมหนึ่ง เป็นผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ก็โอเคแล้ว ไม่ซีเรียส” เกิดเป็นประเด็นกันแบบนี้ ทะเบียนรถสวยหญิง กลัวจะผิดใจกับ ปอย หรือเปล่า เจ้าตัวให้คำตอบว่า “ปอยกับหญิงนี่นะ ไม่หรอกค่ะ ขำจะตาย หญิงกับปอยเวลาคุยกัน ตลก ยังปรึกษาเรื่องความสวยความงามอยู่ตลอดเวลา”

อีกทั้งสาวคนนี้ยังให้ความสำคัญกับเสน่ห์ในแบบของตัวเองมากกว่า ทำให้เธอไม่รู้สึกวิตกแต่อย่างใด “ไม่นอยด์หรอกค่ะ นอยด์ทำไม คนเราเกิดมามันไม่ได้เหมือนกันอยู่แล้วนะ ต่างคนต่างมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองดีกว่า” ส่วนแฟนคลับของทั้งสองฝ่าย หญิง คิดว่าคงไม่ทะเลาะกันแน่นอน “คงไม่ได้มีแฟนคลับเยอะขนาดนั้นค่ะ หญิงยังไม่รู้เรื่องเลยทะเบียนรถสวย เพิ่งรู้เนี่ย ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

ขวัญ ดีใจเรียนจบปริญญาโท เป็นของขวัญสุดพิเศษ

2
“ขวัญ – อุษามณี ไวทยานนท์” เป็นอีกหนึ่งสาวที่นอกจากจะมีฝีมือทางการแสดงแล้ว เรื่องใฝ่รู้ก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน โดยเจ้าตัวได้แบ่งเวลาไปศึกษาต่อ จนในที่สุดก็เรียนจบปริญญาโท จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขวัญ เปิดใจหลังเรียนจบว่า “ตกใจค่ะ อย่างตอนสอบคอมพรีเฮนซีฟ คือขวัญก็ทำเต็มที่ เต็มความสามารถค่ะ แล้วก็พอตอนที่รูปที่ขวัญเอาลงไอจี เขียนว่า อุษามณีชื่อเรา เราก็สอบผ่าน มันเป็นอะไรที่แบบที่สุดจริงๆ เพราะว่าอย่างเวลาเราเรียนมาตั้งแต่ อนุบาล เนอสเซอรี เราก็อยากเรียนให้ได้วุฒิที่สูงสุดเท่าที่เราจะทำได้ใช่ไหมคะทะเบียนสวย และพอทุกวันนี้ ปัจจุบันเราทำได้แล้ว แล้วเราก็ทำให้ตัวเราเอง และก็ให้ครอบครัว เราก็ดีใจที่เราได้ทำมาด้วยตัวเอง”

ถามความรู้สึกของคุณแม่และครอบครัว สาวสวยมากความสามารถบอกว่า “แม่เหรอคะ คือตอนแรกที่ถามคุณแม่ คุณแม่ก็แล้วแต่เราค่ะ คืออยากจะเรียนก็ได้ คุณแม่ก็สนับสนุนทะเบียนสวย แต่คุณแม่ครอบครัวเราก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเรียนด้านนี้ จะต้องเรียนให้ถึงวุฒินี้ ทุกอย่างมันก็อยู่ที่ตัวเรา คือคุณแม่เขาก็ดีใจที่เรายังรักในการเรียน ยังใฝ่ที่จะเรียนรู้” สาวคนนี้ยังเผยว่าเรียนเพื่อให้ได้รู้ ไม่ได้คิดแข่งกับใคร “คือขวัญไม่ได้สนว่า เกรดเฉลี่ยจะต้องได้สูงเท่าคนอื่นๆ เขา หรือว่าต้องได้รับเกียรติบัตรปริญญาบัตรอะไรเยอะแยะค่ะ เราเรียนเพื่อที่เราจะได้รู้ และ เขาให้เราจบผ่านเกณฑ์ก็พอใจแล้วค่ะ”

ขวัญ เปรียบเทียบการเรียนจบปริญญาโทเหมือนของขวัญสุดพิเศษ “ขวัญว่าขวัญเรียนทะเบียนสวย ขวัญทำได้ อันนี้คือของขวัญสุดพิเศษของขวัญแล้วค่ะ เพราะว่าเราเรียนมา เราไม่ได้เรียนให้ใคร เราเรียนให้ตัวเราเอง แล้วสิ่งที่ได้มา ผลประโยชน์รอบข้างคือครอบครัวเรา เราสามารถดูแลปกป้องครอบครัวผลประโยชน์เราได้” สำหรับแผนการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก นักแสดงสาวแง้มว่า “ก็คงดูไปเรื่อยๆ ค่ะ เดี๋ยวรอขอรับปริญญาก่อน ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตื่นเต้นอยู่ ยังนัดกับเพื่อนอยู่ว่า จะไปถ่ายรูปกันยังไงดี ใส่ชุดยังไง อะไร ที่ไหน”

หนุ่ม คงกะพัน หวานฉ่ำ ฉลองสมรสสาวนอกวงการ …อ้างอิง http://www.siamzone.com/movie/news/?id=6782

1
เรียกได้ว่าปีนี้ เป็นปีแห่งความชื่นมื่นของเหล่าคนวงการบันเทิง ที่ควงคู่เข้าประตูวิวาห์กันมากมาย คราวนี้ถึงคราวของนักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ “หนุ่ม – คงกะพัน แสงสุริยะ” กับสาวผู้บริหารสถาบันสอนภาษา “อุ้ม – ปาณิศา ชันคณารักษ์กูล” หลังจากที่ทั้งคู่ศึกษาดูใจกันประมาณ 5 ปี โดยเข้าพิธีวิวาห์แบบไทยๆ

ไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2557 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด บ้านเกิดของเจ้าสาว
ทะเบียนรถ
โดยมีสินสอด ทองหมั้น ประกอบด้วย ชุดเครื่องเพชร แหวนเพชร 3 กะรัต ทองคำ 288 บาท เงินสด 9.9 ล้านบาท รวมทั้งที่ดินใกล้ทะเลที่จังหวัดชุมพร บ้านเกิดของเจ้าบ่าวด้วย
และในวันที่ 15 มิถุนายน 2557 ทั้งคู่ก็ได้อวดความหวานให้ได้อิจฉาตาร้อนกัน ในพิธีฉลองมงคลสมรส ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล งานนี้คู่ข้าวใหม่ปลามันก็ได้เผยถึงความรู้สึกต่างๆ รวมทั้งเส้นทางความรักของทั้งคู่อีกด้วย
ได้จัดงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง
หนุ่ม “วันที่ 8 ใช่ไหมครับ ก็รู้สึกในวันนั้นนะครับ ตื่นเต้นมากเลย
ทะเบียนรถ
เพราะว่าจัดงานที่บ้านเจ้าสาว แล้วก็แขกมีถึง 2,000 คนเนอะ อุ้มรู้สึกยังไงครับ”
อุ้ม “ก็ตื่นเต้นมาก”
หนุ่ม “วันนั้นครอบครัวของน้องอุ้มก็มีความสุขมาก ผม ปาป๊า หม่าม้า ร้องไห้ใหญ่เลย รวมถึงอุ้มด้วยเนอะ”
ได้จดทะเบียนสมรสกันเลยหรือเปล่า
หนุ่ม “จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยเลยครับ ในวันที่ 8 ก็เป็นงานเช้า เราก็จะตักบาตร ทำพิธีสงฆ์ และก็มีจดทะเบียนสมรส ทำพิธีสวมแหวนหมั้น พอตกเย็นก็เป็นงานเลี้ยงกลางคืน ก็เลี้ยงพ่อแม่พี่น้อง และก็เหล่าบรรดาลูกค้าของทางปาป๊าอุ้ม ก็เป็นครอบครัวของทางน้องอุ้ม ซึ่งอยู่ที่อยู่ที่อุบลฯ และก็ที่ร้อยเอ็ดนะครับ แขกเยอะมากวันนั้น อาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็สนุกมาก”
สินสอดทองหมั้นมีอะไรบ้าง
อุ้ม “ก็มีแหวน 3 กะรัต”
หนุ่ม “ทองก็ประมาณ 288 บาทครับ มันเป็นเลขมงคล เห็นเขาบอกว่าคนจีนชอบเลข 8″
เรือนหออยู่ที่ไหน
หนุ่ม “เรือนหอที่กรุงเทพฯ ครับ อยู่ที่กรุงเทพฯ ก็คือจะอยู่แถวเลียบด่วนครับ เป็นบ้านที่ผมอยู่ปัจจุบันนี้ คือจริงๆ บ้านที่อยู่เป็นสองหลัง เราก็ทำหลังหนึ่งเพื่อที่เป็นเรือนหอ ไม่ได้สร้างใหม่ครับ
ทะเบียนรถ
แต่ว่าตกแต่งใหม่ รื้อทำใหม่ อยู่ที่กรุงเทพฯ ดีกว่า แล้วก็ค่อยไปร้อยเอ็ด ไปๆ มาๆ”
ฝ่ายหญิงต้องปรับตัวเยอะไหม
อุ้ม “นิดนึง ก็ (หัวเราะ) นิดหน่อยค่ะ เราก็คบกันมาสักพักหนึ่งแล้ว ก็เหมือนตื่นมามีอีกคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนแค่นั้นเอง”
ทำกับข้าวให้ หนุ่ม กินบ้างไหม
อุ้ม “ยังค่ะ (หัวเราะ)”
หนุ่ม “ปอกมะม่วงๆ เก่งมาก”
อุ้ม “ก็ช่วงนี้ยุ่งๆ ค่ะ ก็ยังไม่ได้มีโอกาสเลย หลังจากกลับจากร้อยเอ็ดมา ไม่กี่วันเองก็มีงานฉลองที่นี่ ก็เลยยังไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าครัว”
หนุ่ม “จริงๆ เขาเป็นคนแม่บ้านแม่เรือนนะ ผมก็ไม่เคยรู้ว่า จริงๆ ผู้หญิงยุคใหม่ทำกับข้าวเก่ง และก็เป็นคนที่มีฝีไม้ลายมือในการเข้าครัว ทำเป็น ปอกผลไม้ หรือว่าทำกับข้าว เตรียมอาหารนี่เก่งมากนะฮะ เก่งมากจริงๆ ยอมรับเลย”
ทั้งสองคนรู้จักกันได้อย่างไร
หนุ่ม “ก็รู้จักกันที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ครับ เป็นสถานที่ที่น่ารักมาก เหมือนรู้จักกันตอนเด็กๆ ไปเดินห้าง ไม่ใช่ พอดีว่า อุ้มเขาทำโรงเรียนไอแคนรีดนะครับ และก็เพื่อนพี่หนุ่มเนี่ย เป็นเพื่อนรักกัน เป็นเพื่อนสนิทกัน ก็บอกว่ามีน้องคนหนึ่ง เขาทำโรงเรียนนะ อยากทำเรื่องการตลาด หนุ่มทำโทรทัศน์ช่วยให้คำปรึกษาหน่อย เราก็เลยไปหาเขาที่ไอแคนรีดที่แจ้งวัฒนะวันนั้น ก็เลยไปเจอกัน ก็คุยกันธรรมดานะครับ ก็คุยกันเหมือนคุยงานธรรมดา ให้คำปรึกษา เพื่อนเขาก็แนะนำว่าเออนี่อุ้มนะ นี่พี่หนุ่มนะ เราก็คุยธรรมดา อุ้มทำอะไรครับ โรงเรียนไอแคนรีด เขาบอกเป็นโรงเรียนสอนภาษา เราก็เลยให้คำแนะนำว่าอย่างนี้สิครับ อย่างนี้สิ อย่างโน้นสิ อย่างนั้นสิ ก็ไม่ได้คุยอะไรเลย ไม่ได้คิดอะไรเลย”
ตอนเจอ หนุ่ม ครั้งแรกรู้สึกอะไรบ้าง
อุ้ม “ครั้งแรกเหรอ ครั้งแรกก็เฉยๆ นะ เพราะว่าพี่หนุ่มเขาเรียบร้อย พูดน้อย”
หนุ่ม “พอหลังจากนั้นก็คุยเรื่องงาน พี่หนุ่มก็คุยเรื่องงาน ก็โทรไป พี่หนุ่มคิดว่าอย่างนี้นะ แผนนี้ดีไหมสำหรับไอแคนรีด เราทำอย่างนี้ดีไหม การตลาดสำหรับเด็กอย่างนี้นะ เราควรจะหาพรีเซนเตอร์เป็นเด็กนะ น่ารักๆ อะไรก็ว่ากันไป ก็คุย แต่ว่าก็คุยตามประสาคนเหงาเนอะ มันก็จะคุยยาวกว่าปกตินิดนึง แล้วผมก็จะเลือกเวลาโทร ผมจะโทรตอนประมาณห้าทุ่มกว่า”
อุ้ม “โทรวันละครั้ง”
หนุ่ม “เพราะเขาอยู่ไอแคนรีด เขาก็จะยุ่งมาก งานยุ่งเวลาอยู่ที่โรงเรียน เราก็จะไม่โทรตอนกลางวัน เราก็จะโทรไปห้าทุ่ม และไม่โทรเวลาอื่นเลย เพราะว่าจะเป็นการรบกวน ผมเป็นคนเรียบร้อยมาก มีวินัยในการทำงาน ก็โทรไปห้าทุ่มๆ พอวันไหนห้าทุ่มไม่โทรไป ก็จะถามละ ทำไมเมื่อวานไม่โทรมา เราก็ อ้าวแล้วคิดถึงกันเหรอถึงได้ถาม”
ใช้เวลานานไหมกว่าจะจีบติด
หนุ่ม “ก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือนนะครับ ก็ใช้วิธีนี้แหละ พี่หนุ่มก็โทรไปเวลาเดิมๆ ทุกวันจนเขาบ่น”
อุ้ม “แล้วก็หายไปสองวันบ้าง”
หนุ่ม “ตอนหลังคือหายให้ถามไง”
อุ้ม “หายไปสองอาทิตย์ก็มี หายไปเลย”
หนุ่ม “หายให้ถาม ให้รู้สึกว่า ทำไมห้าทุ่มวันนี้ไม่โทรมา พอคนมันเป็นกิจวัตรๆ เขาจะเริ่มเคยชินกับชีวิตประจำวัน พอห้าทุ่มเขาก็จะมีคนคุยเป็นเพื่อนจนถึงสักเที่ยงคืนแล้วก็นอน ช่วงนี้ไม่มี ก็ต้องคุยว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เหงาไง คราวนี้ก็เรียกร้องให้โทร ผมบอกว่า พี่ไม่ว่างละ แอ็กเลยคราวนี้”
ประทับใจอะไรกันและกัน
หนุ่ม “คุณอุ้มเป็นคนที่รักเด็กนะครับ พอเราได้มีโอกาสไปที่โรงเรียน ก็รู้ว่าเขารักเด็ก เขาดูแลเด็กได้ดี คือเวลาคนที่ทำงานอยู่กับเด็ก เด็ก 5 ขวบ 6 ขวบ 7 ขวบเนี่ย ซนมาก คืออยู่กับเด็ก แล้วเวลาเด็กเขาอยู่ด้วยกัน 40-50 คน ซนมากๆ แล้ววุ่นวายมาก แต่ว่าอุ้มเขามีความอดทนในการที่ คนนี้ปีนโต๊ะ คนโน้นเอาดินสอมาเขียนเล่น คนนี้โวยวาย คนนี้จะกินขนม คนนี้ทำน้ำหก เขาก็มีความอดทน เออ ลูกครับ ใจเย็นๆ นะครับ อย่าทำอย่างนี้นะครับ อย่าทำอย่างโน้นนะครับ ใจเย็นมากเลย กับเด็กอย่างเดียวนะ กับพี่หนุ่มนี่โหดมาก จนตอนหลังเราก็ คนนี้แหละใช่แล้ว ดูแลลูกเราได้ และเป็นคนดี รักเด็ก แต่พอกับผู้ใหญ่ โหดมาก (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ล้อเล่น และก็ดูแลเราดีนะครับ ตอนช่วงแรกเขาก็พยายามดูแลเราเรื่องอาหารการกิน คือเราเป็นคนทำงานนะครับ กินไม่เป็นเวลา ก็มีโรคกระเพาะอาหารเป็นโรคประจำตัว แล้วเราก็อยู่คนเดียว ไม่มีแม่บ้านหรือมีใครทำกับข้าวให้ ก็กินแต่พวกอาหารแช่แข็ง เวลาคุยโทรศัพท์กันห้าทุ่มเที่ยงคืน เขาก็จะได้ยินเสียง ติ๊ง เขาก็จะรู้แล้วว่าเรากินพวกของแช่ พี่หนุ่มก็ต้องซื้อมาแช่ไว้ และก็มาอุ่นทานตอนกลางคืน เขาก็บอกว่า กินอย่างนี้ไม่น่าสุขภาพดีนะ เขาก็แนะนำเรื่องอาหารการกินให้นะครับ ก็ดูเขาก็เป็นห่วงดูแลเราดีนะ”
อุ้ม “ก็พี่หนุ่มเป็นคนสม่ำเสมอเนอะ อย่างที่เขาเล่าให้ฟัง โทรมา ห้าทุ่ม แรกๆ อุ้มก็งงนะ ไปไหน หกโมง สองทุ่ม ต้องไปกินข้าวกับคนอื่นแน่เลย ไม่โผล่มา โผล่มาห้าทุ่ม แล้วก็จะใช้วิธีเดียวตอนห้าทุ่ม เหมือนอุ้มมีนาฬิกาปลุกตอนห้าทุ่มตลอดเวลา เราก็เริ่มซึมซับเขาเป็นคนสม่ำเสมอ เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก เป็นคนใจเย็นมาก ในขณะที่เราก็มีอะไรที่ต่างกันเยอะ แล้วเราก็มีอะไรที่คล้ายๆ กัน พี่หนุ่มเป็นคนชอบออกกำลังกาย เราเห็นชีวิตประจำวันเขา เรารู้แล้วว่าชีวิตไม่มีอะไรเลย”
หนุ่ม “อ้าว”
อุ้ม “ไม่ใช่ๆ หมายถึงทำงาน ทำแต่งาน และก็หลังจากเลิกงาน สี่โมงเย็นถึงสองทุ่มเนอะ ไปตามได้ที่ฟิตเนส เขาก็ชีวิตอยู่แค่นี้ บางวันก็สนามกอล์ฟ เราก็รู้สึกว่าโอเค”
มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้างไหม
หนุ่ม “ก็จริงๆ แล้วเราก็มีความต่างกันหลายเรื่องนะครับ ในวันที่อุ้มเจอพี่หนุ่มครั้งแรก ก็ยังแซวเลยว่า ทำไม ผู้ชายคนนี้เชยจัง คือเราเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจด้านแฟชั่นน่ะ คือก็สบายๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ นึกออกไหม เราก็ลุยๆ ทางนี้เขาก็เป็นคนแบบ เป็นผู้หญิงนะ เขาก็รักสวยรักงาม เขาก็ยังชื่นชมพี่หนุ่มว่า ทำไมคนนี้เชยจัง”
อุ้ม “ไม่ อุ้มรู้สึกว่า ใช้เงินน้อยดี แล้วก็ใช้ชีวิตเรียบง่าย อุ้มรู้สึกโอเค เป็นคนรู้จักเก็บตัง”
หนุ่ม “ก็นั่นแหละครับ ก็แต่ว่าช่วงปรับตัว ก็ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างนะครับ เนื่องจากว่าเราก็มาจากคนละท้องถิ่น คนละวัฒนธรรม ครอบครัวก็ไม่คล้ายกันเท่าไร ก็แต่ว่าตอนหลังก็ลงตัว ก็ดี”
วางแผนจะไปจะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ไหน
หนุ่ม “แพลนแล้ว ให้อุ้มเล่าดีกว่า”
อุ้ม “ก็พอดีจะไปเยี่ยมญาติอุ้มอะนะคะ เขาอยู่ที่เยอรมัน ก็จะไปอาทิตย์หน้า ไปประมาณ 20 วัน”
หนุ่ม “ไปนานนิดนึง เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาเตรียมงานแบบเหนื่อยมาก ไม่หรอกครับที่จริงแล้วเราไปประมาณ 14 วัน แต่ว่าพอดีจังหวะพอดี พี่หนุ่มกับพี่แท่ง (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) ต้องมีงานที่จะไปทำที่ปารีสกับสตอกโฮล์มพอดี เราก็เลยจบทริปฮันนีมูนพอดีเป๊ะเลย เราก็เลยบอกว่า โอเคถ้างั้นเดี๋ยวผมบินจากอิตาลีไปทำงานที่ฝรั่งเศสเลย ที่ปารีส จากนั้นก็บินจากอิตาลี โรม ไปปารีส แล้วก็จากปารีสไปสตอกโฮล์ม แล้วก็เราก็จบทริปการทำงานปุ๊บ เราก็ไปต่อที่ออสโลอีกประมาณ 2-3 วัน แล้วก็กลับเมืองไทยฮะ”
จะมีลูกเลยไหม
หนุ่ม “ก็ตั้งใจไว้ยังงั้นอะนะ ใช่ไหมครับ ก็คือว่าตั้งใจว่าจะมีตามธรรมชาติก่อนนะครับ ถ้าเกิดว่าดูแล้วว่าตามธรรมชาติ อาจจะช้าไปละ ก็อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์แต่ว่าตอนนี้ก็จะมีตามธรรมชาติไปก่อนครับ”
ตั้งใจจะมีกี่คน
หนุ่ม “ความตั้งใจจริงๆ ก็น่าจะสองคนพอ”
อนาคตจะทำธุรกิจร่วมกันไหม
หนุ่ม “ในอนาคตก็คงมีครับ แต่ตอนนี้ก็ต่างคนต่างทำงานของตัวเองก่อน อุ้มก็ทำไอแคนด์รีดนะครับ พี่หนุ่มก็ทำบริษัท ดี.ดอคคิวเมนทารี่ ปกติเราก็ช่วยๆ กันอยู่แล้ว ปกติไอแคนด์รีดเนี่ย เขามีเรื่องของการตลาด เรื่องมาร์เกตติ้ง เราก็จะไปช่วยทำให้ จะทำวิดีโอพรีเซนเทชัน จะทำเกี่ยวกับรายการ หรือว่าทำไทด์อินในรายการ เราก็จะช่วยกันอยู่แล้ว อันนี้เป็นการช่วยในลักษณะยังไม่ได้ร่วมเป็นบริษัทเดียวกันจริงๆ แต่ในอนาคตข้างหน้านี้คิดว่าน่าจะมี”
คำมั่นสัญญาที่ให้กันไว้
หนุ่ม “ก็สัญญาไว้ตั้งแต่ที่วันแต่งงานนะครับ ว่าจะดูแลอุ้มตลอดไปนะครับ ดูแลอุ้มให้ดีที่สุดนะครับ ก็เท่านี้แหละ ซึ่งมันน่าจะเป็นคำที่มีความหมายที่สุดแล้วเนอะ ว่าสัญญาจะดูแลเขาให้ดีที่สุด และก็จะทำตามนั้น”
อุ้ม “อุ้มก็เหมือนกัน อุ้มก็บอกว่า อุ้มก็จะคอยเป็นกำลังใจ และก็คอยซัปพอร์ต และก็ไม่ได้สัญญาเยอะเนอะ ก็ประมาณนี้ ว่า โอเคเราก็จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ และก็จะอยู่ด้วยความเข้าใจมากกว่า”
หนุ่ม “จะดูแลกันตลอดไปครับ”
ด้านของคนในวงการบันเทิง ก็มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่รักใหม่กันมากมาย อาทิ “ประวิทย์ มาลีนนท์” “ฉลอง ภักดีวิจิตร” “ไก่ – วรายุฑ มิลินทจินดา” “กอบสุข จารุจินดา” “ยุ – ยุวดี ไทยหิรัญ” “ต๋อย – ไตรภพ ลิมปพัทธ์” “แพท – พัสสน ศรินทุ” “เมฆ – วินัย ไกรบุตร” “แท่ง – ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” “แอนนิต้า – นิษิตา พงศ์ทรง” “เวฟ – สาริน บางยี่ขัน” ควงคู่มากับ “เดือน – ศิรินธรา ดอนท้วม” “แซน – พนมกร ตังทัตสวัสดิ์” “แมน – ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์” “เป้ – อารักษ์ อมรศุภศิริ” “นีโน่ – เมทนี บุรณศิริ” “ฟอร์ด – สบชัย ไกรยูรเสน” “เปิ้ล – ภารดี อยู่ผาสุข” “โจ๊กเกอร์ – นพัตฏ์ธร มัททวีวงศ์” “อ้น – กรกฎ ตุ่นแก้ว” “หนุ่ม – สุรวฒิ ไหมกัน” “เชน – ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์” “ตั๊ก – บริบูรณ์ จันทร์เรือง” “เชาเชา – ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม” โดยมีของชำร่วยเป็นโปสการ์ดที่คู่บ่าวสาวได้ถ่ายกันที่เขาใหญ่ และภาพสวยๆ จากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้ “หญิง – รฐา โพธิ์งาม” มาขับกล่อมบทเพลง อาทิ “If I Ain’t Got You” ให้บรรยากาศหวานชื่นทั้งงาน
…อ้างอิง http://www.siamzone.com/movie/news/?id=6782

สวัสดีชาวโลก – -’

ยินดีต้อนรับสู่เวิร์ดเพรส นี่เป็นเรื่องแรกของคุณ คุณสามารถแก้ไขหรือลบมันได้ แล้วเริ่มการสร้างบล็อกของคุณ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเวิร์ดเพรส คุณสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่เว็บบอร์ดเวิร์ดเพรส หรือคู่มือเวิร์ดเพรส